ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Google เปิดตัว Gemini 3.5 รุ่นใหม่ อัปเกรดความสามารถเสียง

Google อัปเดต Gemini Audio ด้วยรุ่น Gemini 3.5 Transcribe และ Live พร้อมความสามารถตัดคำติดปากอัตโนมัติ รองรับกว่า 85 ภาษา

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
27 Aug 20263 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 20 Sep 2026
แชร์
Google เปิดตัว Gemini 3.5 รุ่นใหม่ อัปเกรดความสามารถเสียง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Google เปิดตัวโมเดลเสียงตระกูล Gemini 3.5 ใหม่ล่าสุด ได้แก่ Transcribe, Live และ Live Experimental
  • Gemini 3.5 Transcribe มีความสามารถตัดคำติดปาก เช่น "um" และ "uh" ออกจากข้อความอัตโนมัติ
  • รองรับการถอดเสียงมากกว่า 85 ภาษา ป้องกันข้อผิดพลาดด้วยคำศัพท์เฉพาะที่ผู้ใช้กำหนดเอง
  • เปิดให้ใช้งานแล้ววันนี้สำหรับผู้ใช้แอป Gemini บน macOS และฟีเจอร์ Rambler บน Android

Google ได้ประกาศอัปเดตกลุ่มผลิตภัณฑ์ Gemini Audio ด้วยการเปิดตัวโมเดลใหม่ในตระกูล Gemini 3.5 ซึ่งเข้ามาเสริมทัพในขณะที่ผู้ใช้งานหลายคนยังคงรอคอยการเปิดตัวของโมเดล Gemini 3.5 Pro ที่ทางบริษัทเคยสัญญาว่าจะปล่อยออกมาตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยการอัปเดตครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับประสิทธิภาพด้านเสียงและการถอดเสียงด้วยปัญญาประดิษฐ์

ไฮไลต์สำคัญของการอัปเดตครั้งนี้คือการเปิดตัวโมเดลใหม่อย่าง Gemini 3.5 Transcribe ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อยกระดับความสามารถในการแปลงเสียงพูดเป็นข้อความให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น โดยทาง Google ระบุว่าโมเดลนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง Chirp 3 ทั้งในด้านประสิทธิภาพการทำงานหลายภาษาและการลดอัตราความผิดพลาดของคำ

โมเดลใหม่นี้มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการกับข้อความเสียงได้อย่างราบรื่น:

  • ระบบตัดคำฟุ่มเฟือยหรือคำติดปาก เช่น "um" และ "uh" ออกจากบทถอดเสียงโดยอัตโนมัติ
  • รองรับการระบุตัวตนของผู้พูดในเสียงบันทึกได้สูงสุดถึง 3 คน พร้อมทั้งระบุเวลาแบบรายคำ (word-level timestamps)
  • ความสามารถในการเพิ่มคำศัพท์เฉพาะ (customized vocabulary) เพื่อช่วยให้ระบบจดจำคำศัพท์เฉพาะทางและการสะกดคำที่ถูกต้องได้แม่นยำยิ่งขึ้น
85+ภาษาที่รองรับการถอดเสียง
3จำนวนผู้พูดสูงสุดที่ระบบแยกแยะได้

นอกเหนือจากโมเดล Transcribe แล้ว Google ยังได้ปล่อย Gemini 3.5 Live และ Gemini 3.5 Live Experimental ออกมาพร้อมกัน โดยโมเดลเหล่านี้ต่อยอดมาจากเทคโนโลยีการจดจำเสียงที่ใช้งานอยู่ในโหมดสนทนาด้วยเสียงของ Gemini ซึ่งรุ่น Live จะช่วยจัดการกับการถูกขัดจังหวะกลางประโยค การจดจำภาษา และการประมวลผลภาพสดได้ดีขึ้น ขณะที่รุ่น Experimental จะเพิ่มความสามารถในการบรรยายความคืบหน้าแบบเรียลไทม์ขณะประมวลผลโจทย์ที่ซับซ้อน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การที่ Google ตัดสินใจทยอยปล่อยโมเดลตระกูลเสียงออกมาก่อนการมาของ Gemini 3.5 Pro แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การแบ่งสายผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจนในการเจาะตลาดเครื่องมือช่วยบันทึกเสียงและปัญญาประดิษฐ์เชิงสนทนา (Voice AI) ซึ่งกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดในกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปและนักพัฒนา โดยฟีเจอร์อย่างการคัดกรองคำติดปากและการปรับแต่งศัพท์เฉพาะถือเป็นจุดขายสำคัญที่จะช่วยลดเวลาในการตรวจสอบและแก้ไขข้อความหลังการถอดเสียงได้เป็นอย่างมาก

smartphone audio application interface

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สำหรับการให้บริการในเบื้องต้น การอัปเดต Gemini Audio เหล่านี้ได้เริ่มทยอยปล่อยให้ใช้งานแล้วตั้งแต่วันนี้ โดยรองรับภาษาอังกฤษสำหรับผู้ใช้งานแอป Gemini บนระบบ macOS รวมถึงฟีเจอร์การ dictation ผ่าน Rambler บน Android ในบางประเทศและบางภาษา นอกจากนี้ยังเปิดให้เหล่านักพัฒนาสามารถเข้าถึงได้ผ่าน public preview ใน Gemini API ผ่านทาง AI Studio และ Antigravity โดยทาง Google ยืนยันว่าการรองรับบนเบราว์เซอร์ Chrome จะตามมาในเร็วๆ นี้

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้