ข้ามไปเนื้อหาหลัก

สโมสรพรีเมียร์ลีกจ่อทำลายสถิติยอดขายนักเตะซัมเมอร์นี้

แอสตัน วิลล่า, แมนฯ ซิตี้ และนิวคาสเซิล ทำเงินจากการขายผู้เล่นติดท็อปซิกส์ตลอดกาลในตลาดนักเตะรอบเดียว และกำลังไล่ล่าสถิติ 360 ล้านยูโรของโมนาโก

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
27 Aug 2026ที่มา: BBC Sport4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
สโมสรพรีเมียร์ลีกจ่อทำลายสถิติยอดขายนักเตะซัมเมอร์นี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • แอสตัน วิลล่า, แมนฯ ซิตี้ และนิวคาสเซิล ทุบสถิติรายได้จากการขายนักเตะซัมเมอร์นี้
  • โมนาโกเจ้าของสถิติเดิม 360 ล้านยูโรจากฤดูกาล 2018-19 กำลังถูกสโมสรเหล่านี้ไล่ตาม
  • วิลล่าทำกำไรจากตลาดซื้อขายนักเตะสูงถึง 132.6 ล้านยูโร ท่ามกลางแรงกดดันเรื่องการเงิน

ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ พรีเมียร์ลีกอังกฤษไม่ได้มีแค่ข่าวการทุ่มเงินเสริมทัพก้อนโตตามปกติ แต่หลายสโมสรกลับสร้างเสียงฮือฮาด้วยรายได้มหาศาลจากการปล่อยตัวผู้เล่นออกไป โดยมีสโมสรระดับแถวหน้าถึงสามทีมที่พุ่งทะยานเข้าสู่ทำเนียบท็อปซิกส์ตลอดกาล ด้านรายได้จากการขายผู้เล่นภายในตลาดซื้อขายรอบเดียว

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Transfermarkt ระบุว่า เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา แอสตัน วิลล่า กวาดรายได้จากการปล่อยผู้เล่นไปแล้ว 293.1 ล้านยูโร หรือราว 251 ล้านปอนด์ ตามมาด้วยแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ 278.6 ล้านยูโร และนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่ 275.5 ล้านยูโร ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ทั้งสามทีมขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ ของประวัติศาสตร์ฟุตบอล โดยมีเพียงโมนาโกจากฤดูกาล 2018-19 ที่ทำไว้ 360 ล้านยูโร เชลซี 321 ล้านยูโรในฤดูกาล 2025-26 และแอตเลติโก มาดริด 314 ล้านยูโรในฤดูกาล 2019-20 เท่านั้นที่ยังคงรักษาสถิติเหนือกว่าพวกเขาได้

293.1ล้านยูโรรายได้ขายนักเตะแอสตัน วิลล่า
132.6ล้านยูโรกำไรสุทธิการซื้อขายของวิลล่า

แอสตัน วิลล่า เป็นทีมที่เข้าใกล้สถิติของโมนาโกมากที่สุดในเวลานี้ โดยการย้ายทีมของมอร์แกน โรเจอร์ส ไปยังเชลซีด้วยค่าตัว 117 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 138 ล้านยูโร คิดเป็นสัดส่วนรายได้ก้อนใหญ่ของสโมสร นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นตัวหลักรายอื่นอย่าง เอซรี คอนซา, ยูรี ติเลอมองส์ และลูกัส ดีญ ที่ย้ายออกไปเช่นกัน ส่งผลให้สโมสรทำกำไรสุทธิจากการซื้อขายนักเตะสูงถึง 132.6 ล้านยูโร หลังจากใช้งบเสริมทัพไป 160.5 ล้านยูโร ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันด้านกฎการเงิน หลังจากในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา วิลล่าถูกยูฟ่าปรับเงิน 22.5 ล้านยูโรฐานละเมิดกฎควบคุมต้นทุนผู้เล่นอย่างรุนแรงสำหรับปี 2025 โดยเงินปรับ 15 ล้านยูโรถูกแขวนไว้ภายใต้เงื่อนไขว่าสโมสรต้องลดอัตราส่วนต้นทุนผู้เล่นลงต่อเนื่องในปี 2026

professional football player stadium

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ผลกระทบจากการสูญเสียผู้เล่นประสบการณ์สูงแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดในเกมนัดเปิดฤดูกาล เมื่อลูกทีมของอูไน เอเมรี พ่ายคาบ้านต่อไบรท์ตัน 4-0 หลังจบเกมการแข่งขัน แการี่ เนวิลล์ ได้ออกมาแสดงทัศนะเกี่ยวกับฟอร์มการเล่นของทีมสิงห์ผงาดในแมตช์ดังกล่าว

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ต้องการลงเล่นให้วิลล่าอีกต่อไปแล้ว"

แการี่ เนวิลล์

สถานการณ์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีความเปลี่ยนแปลงเช่นกันหลังจากการคว้าตัวอายยูบ บูอัดดี เข้ามาสู่ทีม โดยพวกเขามีรายได้จากการขายผู้เล่นรวม 278.5 ล้านยูโร จากการปล่อยแข้งดังอย่าง ซาวิโอ, ไตจ์จานี ไรจ์นเดอร์ส, โรดริ, เจมส์ แทรฟฟอร์ด, มานูเอล อคานจี และนาธาน อาเก การมาของบูอัดดีทำให้ยอดใช้จ่ายของเรือใบสีฟ้ารวมอยู่ที่ 273.7 ล้านยูโร ส่งผลให้มีตัวเลขกำไรจากการซื้อขายอยู่ที่ 4.8 ล้านยูโร และยังมีแนวโน้มที่ตัวเลขรายได้จะขยับสูงขึ้นอีกหากมีการปล่อยตัวนักเตะเพิ่มเติมก่อนตลาดปิดตัวลง

การที่สโมสรในพรีเมียร์ลีกหันมาเน้นการทำกำไรและบริหารจัดการรายได้จากการขายนักเตะอย่างจริงจัง สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดที่เพิ่มขึ้นของกฎระเบียบทางการเงิน เช่น กฎการเงิน PSR (Profit and Sustainability Rules) ของพรีเมียร์ลีกและกฎควบคุมต้นทุนของยูฟ่า ซึ่งบีบให้สโมสรไม่สามารถพึ่งพาเงินทุนจากเจ้าอย่างเดียวได้อีกต่อไป การสมดุลระหว่างการเสริมทัพและการปล่อยผู้เล่นออกจึงกลายเป็นกลยุทธ์หลักในการรักษาวินัยทางการเงินในระยะยาว

ทางด้านนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทำยอดขายนักเตะแตะระดับ 275.5 ล้านยูโร โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการปล่อยผู้เล่นสามคนสำคัญ ได้แก่ ซานโดร โตนาลี ย้ายซบต็อตแนม 108 ล้านยูโร, บรูโน กิมาไรส์ ย้ายไปอาร์เซนอล 87.5 ล้านยูโร และแอนโธนี กอร์ดอน ย้ายซบสโมสรบาร์เซโลนา 80 ล้านยูโร การซื้อขายเหล่านี้ช่วยพลิกฟื้นงบดุลช่วงซัมเมอร์ของทีมสาลิกาดงให้มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 78.5 ล้านยูโร จากการใช้จ่ายซื้อผู้เล่นไป 197 ล้านยูโร ขณะที่ไบรท์ตันเป็นอีกหนึ่งสโมสรที่มีแนวทางบริหารต่างออกไป โดยพวกเขากลายเป็นทีมเดียวในพรีเมียร์ลีกที่ทำกำไรสะสมจากการซื้อขายนักเตะติดต่อกันตลอดช่วงห้าฤดูกาลที่ผ่านมา รวมมูลค่าราว 50 ล้านยูโร สะท้อนถึงโมเดลธุรกิจที่ผสมผสานการขายผู้เล่นทำกำไรและการลงทุนใหม่อย่างยั่งยืน

ที่มา: BBC Sport

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้