ข้ามไปเนื้อหาหลัก

วัดพระแก้ววังหน้า 2569: เปิดพิกัดและรอบนำชมถึง 20 ก.ย.

เปิดเข้าชมฟรี วัดบวรสถานสุทธาวาส หรือวัดพระแก้ววังหน้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ ถึง 20 กันยายน 2569 ไม่ต้องจองล่วงหน้า พร้อมเช็กรอบนำชมล่าสุด

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
27 Aug 2026ที่มา: Thairath Lifestyle3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
วัดพระแก้ววังหน้า 2569: เปิดพิกัดและรอบนำชมถึง 20 ก.ย.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • วัดบวรสถานสุทธาวาสหรือวัดพระแก้ววังหน้าเปิดให้ชมฟรีถึง 20 ก.ย. 2569
  • ตั้งอยู่ภายในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
  • มีสถาปัตยกรรมพระอุโบสถทรงจตุรมุขและจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 4
  • เปิดให้เข้าชมโดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าและมีรอบนำชมให้บริการ

หากคุณกำลังมองหาแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพมหานคร โอกาสสำคัญมาถึงแล้วเมื่อกรมศิลปากรเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม วัดบวรสถานสุทธาวาส หรือที่รู้จักกันในนาม “วัดพระแก้ววังหน้า” โดยเปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ต้องลงทะเบียนจองล่วงหน้าแต่อย่างใด

สถานที่สำคัญแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในพื้นที่สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประตูฝั่งท่าพระอาทิตย์ ในอดีตพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้า และมีสถานะคล้ายกับวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวังตรงที่ไม่มีพระภิกษุจำพรรษา ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้ยังคงใช้งานสำคัญด้านศิลปวัฒนธรรม เช่น พิธีไหว้ครูและพิธีครอบครูของนาฏศิลปินและดุริยางคศิลปิน

ย้อนกลับไปในอดีต พื้นที่บริเวณนี้เดิมคือ “วัดหลวงชี” ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้ถูกรื้อถอนเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นสวนเลี้ยงกระต่าย ก่อนที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ 3 จะโปรดให้สร้างขึ้นใหม่เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและเฉลิมพระเกียรติหลังการปราบกบฏเวียงจันทน์ พร้อมพระราชทานนามว่าวัดบวรสถานสุทธาวาส และได้รับการสานต่อการก่อสร้างจนแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

Thai temple mural painting traditional art

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สถาปัตยกรรมภายในวัดมีความโดดเด่นสะดุดตา โดยเฉพาะพระอุโบสถทรงจตุรมุขขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนฐานไพทีซ้อนลดหลั่นกัน 3 ชั้น หลังคามุงกระเบื้องสี และประดับช่อฟ้ารูปแบบ “ปากปลา” ซึ่งมีความแตกต่างจากช่อฟ้าแบบปากนกที่พบในสถาปัตยกรรมของวังหลวง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางประทานอภัยสองพระหัตถ์ หรือปางห้ามสมุทร

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: การที่วัดพระแก้ววังหน้าไม่มีพระภิกษุจำพรรษาเช่นเดียวกับวัดพระแก้วในพระบรมมหาราชวัง สะท้อนให้เห็นถึงคติการสร้างวัดประจำพระราชวังตามโบราณราชประเพณี นอกจากนี้ ความพิเศษของงานช่างในวัดแห่งนี้ยังเป็นการผสมผสานฝีมือช่างหลวงหลายยุคสมัย ตั้งแต่รัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 4 ซึ่งหาชมได้ยากยิ่งในปัจจุบันเนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของวังหน้าเดิมได้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นสถานศึกษาและหน่วยงานราชการไปเกือบหมดแล้ว

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ครอบคลุมผนังทั้งสี่ด้าน ฝีมือช่างในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติ เทพชุมนุม ตำนานพระพุทธสิหิงค์ ตลอดจนเหตุการณ์และคติความเชื่อในอดีต นอกจากนี้ บานประตูและหน้าต่างยังประดับประดาด้วยภาพเทพเจ้า เรื่องราวจากรามเกียรติ์ นารายณ์สิบปาง และคัมภีร์ภารตนาฏยศาสตร์

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชม สามารถเดินทางไปได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. โดยมีข้อปฏิบัติในการเข้าชมดังนี้:

  • แต่งกายด้วยชุดสุภาพเรียบร้อย
  • ถอดรองเท้าก่อนเข้าชมภายในพระอุโบสถ
  • สามารถถ่ายภาพได้โดยงดใช้แฟลช
  • ห้ามส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น
  • ห้ามขีดเขียนหรือสัมผัสภาพจิตรกรรมฝาผนังและโบราณสถาน
  • งดนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปรับประทานภายในพระอุโบสถ
Bangkok university campus historic architecture

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ทั้งนี้ ทางกรมศิลปากรได้จัดตารางรอบนำชมไว้เพื่อให้ผู้เข้าชมได้รับความรู้ที่ถูกต้อง โดยแนะนำให้ผู้สนใจตรวจสอบประกาศจากทางกรมศิลปากรอีกครั้งก่อนเดินทาง เพื่ออัปเดตตารางเวลานำชมหรือพื้นที่เปิดให้บริการที่อาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม

ที่มา: Thairath Lifestyle

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้