Travel + Leisure ทุ่ม 343 ล้านดอลลาร์ ซื้อ Yes& Vacations และ Spinnaker Resorts
บริษัท Travel + Leisure Co. เดินหน้าขยายกิจการครั้งใหญ่ด้วยงบ 343 ล้านดอลลาร์ เพื่อฮุบ Yes& Vacations และ Spinnaker Resorts พร้อมเพิ่มฐานลูกค้าใหม่กว่า 100,000 ราย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Travel + Leisure ทุ่มเงินสด 343 ล้านดอลลาร์ซื้อ Yes& Vacations และ Spinnaker Resorts
- เพิ่มรีสอร์ตใหม่เข้าพอร์ตอีก 23 แห่ง ขยายสู่จุดหมายปลายทางยอดฮิตอย่างมาฮุยและฮิลตันเฮด
- เพิ่มฐานลูกค้า Timeshare กว่า 100,000 ราย หรือเติบโตขึ้นมากกว่า 10% โดย 80% ไม่มีภาระหนี้คงค้าง
วงการธุรกิจท่องเที่ยวและที่พักกำลังเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เมื่อผู้บริหารระดับสูงของ Travel + Leisure Co. ออกมาเปิดเผยถึงเบื้องหลังการตัดสินใจควบรวมกิจการครั้งใหญ่ ด้วยการทุ่มงบลงทุนเบื้องต้นรวม 343 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเข้าซื้อกิจการของ Yes& Vacations และการตกลงซื้อ Spinnaker Resorts เข้ามาอยู่ใต้ร่มเงา
ไมเคิล บราวน์ ซีอีโอของ Travel + Leisure ระบุผ่านการประชุมผลประกอบการว่า หัวใจสำคัญของการซื้อกิจการครั้งนี้คือการเติมเต็มพื้นที่ในจุดหมายปลายทางที่บริษัทเคยมีข้อจำกัด โดยการผนึกกำลังดังกล่าวทำให้บริษัทได้รีสอร์ตเพิ่มเข้ามาอีก 23 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่มากกว่า 280 แห่งทั่วโลก ซึ่งกว่าครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินที่ได้มาใหม่ตั้งอยู่ในทำเลที่เครือข่ายเดิมยังไม่เคยเข้าถึง
การขยายพอร์ตครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะได้อสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นการดึงฐานลูกค้ากลุ่มเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมเข้ามาสู่ระบบอีกมากกว่า 100,000 ราย ซึ่งช่วยขยายฐานลูกค้าของบริษัทให้เติบโตขึ้นมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์เต็ม โดยซีอีโอบราวน์ระบุเพิ่มเติมว่ามีกลุ่มเป้าหมายในทำเลเด่นที่ฐานลูกค้าเรียกร้องเข้ามาสูงมาก
"ทั้งสองบริษัทนี้เป็นกิจการที่บริหารจัดการมาเป็นอย่างดี มีรีสอร์ตและจุดหมายปลายทางในพื้นที่ที่เราเคยมีจุดว่าง (white space) ทั้งฮิลตันเฮด รัฐเซาท์แคโรไลนา และมาฮุย เป็นสองสถานที่ที่ฐานลูกค้าของเรามีความต้องการสูงมาก"

นอกจากเรื่องทำเลและตัวรีสอร์ตแล้ว ข้อมูลจากผู้บริหารยังชี้ให้เห็นว่า สัดส่วนราว 80% ของเจ้าของกรรมสิทธิ์ชุดใหม่ที่เข้ามานี้ไม่มีภาระยอดสินเชื่อคงค้างเหลืออยู่เลย ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอระบบคะแนนสะสมที่ยืดหยุ่นของบริษัทต่อไปในอนาคต
การควบรวมกิจการในอุตสาหกรรม Timeshare (สิทธิ์การพักผ่อนช่วงเวลา) มักขับเคลื่อนด้วยความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและการแปลงลูกค้ารายย่อยเข้าสู่ระบบแพลตฟอร์มกลาง โมเดลธุรกิจนี้อาศัยการเข้าถึงแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำผ่านการแปลงสินเชื่อเป็นหลักทรัพย์ (Securitization) ซึ่งบริษัทขนาดใหญ่อย่าง Travel + Leisure ได้เปรียบผู้เล่นอิสระรายย่อยเป็นอย่างมาก การรวบรวมฐานลูกค้าอิสระเข้ามาจึงช่วยสร้างกระแสเงินสดจากค่าธรรมเนียมบำรุงรักษาประจำปีและการขายสัปดาห์พักผ่อนเพิ่มเติม
การเดินหน้าดีลซื้อกิจการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวพักผ่อนที่ยังคงมีการควบรวมกิจการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านขนาดและการบริหารจัดการพอร์ตทรัพย์สินให้ครอบคลุมความต้องการของนักท่องเที่ยวทั่วโลกในระยะยาว
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น