แผงโซลาร์เซลล์แบบเสียบปลั๊กวางจำหน่ายแล้วใน UK ประหยัดค่าไฟ
รัฐบาลอังกฤษไฟเขียวจำหน่ายแผงโซลาร์เซลล์แบบเสียบปลั๊กตามร้าน DIY ตั้งแต่วันพฤหัสบดีนี้ ช่วยลดค่าไฟบ้านละ 70-110 ปอนด์ต่อปีโดยไม่ต้องง้อช่างติดตั้ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รัฐบาลอังกฤษอนุญาตให้วางจำหน่ายแผงโซลาร์เซลล์แบบเสียบปลั๊กอย่างถูกกฎหมาย
- ราคาชุดอุปกรณ์เริ่มต้นที่ 699 ปอนด์ และคาดว่าจะลดลงเหลือ 400-600 ปอนด์
- ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 70 ถึง 110 ปอนด์ต่อปี
- จำกัดกำลังไฟฟ้าไว้ที่ 800 วัตต์เพื่อความปลอดภัยและไม่ต้องใช้ช่างติดตั้ง
ตลาดพลังงานทางเลือกในสหราชอาณาจักรเตรียมเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ หลังภาครัฐปรับเปลี่ยนกฎระเบียบอนุญาตให้มีการซื้อขายแผงโซลาร์เซลล์แบบเสียบปลั๊กได้อย่างถูกกฎหมาย ส่งผลให้ร้านค้าปลีกบนถนนสายหลักและร้านขายอุปกรณ์ DIY ทั่วประเทศเริ่มทยอยนำสินค้าดังกล่าวขึ้นชั้นวางจำหน่ายตั้งแต่ช่วงวันพฤหัสบดีนี้เป็นต้นไป
นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานแสงอาทิตย์ได้ง่ายและมีราคาประหยัดกว่าการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคารูปแบบเดิม โดยผู้บริโภคสามารถนำกลับไปติดตั้งเองได้บริเวณพื้นที่กลางแจ้งที่มีแสงแดดส่องถึง เช่น ระเบียงบ้าน โดยไม่ต้องพึ่งพาบริการจากช่างไฟฟ้ามืออาชีพ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในด้านราคาจำหน่าย บริษัทพลังงานแสงอาทิตย์อย่าง UKSOL ระบุว่า ชุดอุปกรณ์แบบ 1 แผงจะมีราคาอยู่ที่ 699 ปอนด์ ขณะที่ชุดแบบ 2 แผงจะมีราคา 1,089 ปอนด์ อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลคาดการณ์ว่าเมื่อมีผู้เล่นในตลาดมากขึ้นและการแข่งขันสูงขึ้น ราคาโดยเฉลี่ยจะปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 400 ถึง 600 ปอนด์ต่อชุด
ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยระบุว่า ครอบครัวที่ใช้งานแผงโซลาร์เซลล์ประเภทนี้จะสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลงได้ประมาณ 70 ถึง 110 ปอนด์ต่อปี ทั้งนี้ปริมาณเงินที่ประหยัดได้จะขึ้นอยู่กับทิศทางการติดตั้งและระยะเวลาที่แผงได้รับแสงแดด โดยจุดที่หันหน้าไปทางทิศใต้และไม่มีเงาบังถือเป็นทำเลที่ดีที่สุดในการติดตั้ง
การผลักดันโซลาร์เซลล์แบบเสียบปลั๊ก (Plug-in Solar) ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาลหลายประเทศในการกระจายศูนย์กลางการผลิตพลังงานสู่ระดับครัวเรือน (Distributed Energy Resources) แม้กำลังผลิตจะถูกจำกัดไว้ต่ำเพื่อความปลอดภัยของระบบโครงข่ายไฟฟ้าเดิม แต่ก็ช่วยลดอุปสรรคเรื่องค่าใช้จ่ายและการติดตั้งที่ยุ่งยากซึ่งเคยเป็นกำแพงใหญ่สำหรับผู้ที่อาศัยในอพาร์ตเมนต์หรือบ้านเช่า
แม้จะติดตั้งง่าย แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยและองค์กรการกุศล Electrical Safety First ได้ออกมาเตือนให้ผู้บริโภคตรวจสอบสภาพระบบสายไฟภายในบ้านกับช่างผู้ชำนาญการก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะในบ้านเก่าที่อาจมีความเสี่ยงเรื่องระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ยังย้ำว่าห้ามต่อพ่วงผ่านปลั๊กสามตาหรือสายพ่วงเด็ดขาดเพื่อป้องกันความร้อนสะสม และต้องแจ้งให้ผู้ให้บริการโครงข่ายจำหน่ายไฟฟ้าหรือ DNO ทราบภายใน 28 วันหลังใช้งาน
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น