ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ต้าวหยอง ระเบียบวาทะศิลป์: จากแดนเซอร์สู่วัย 22 ปี

ย้อนเส้นทางชีวิต ต้าวหยอง จากแดนเซอร์วัย 15 ปีสู่วันนี้ในวัย 22 ปี และบทบาทบอสน้อยแห่งคณะหมอลำระเบียบวาทะศิลป์

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
28 Aug 2026ที่มา: Thairath Entertainment3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ต้าวหยอง ระเบียบวาทะศิลป์: จากแดนเซอร์สู่วัย 22 ปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ต้าวหยองเริ่มต้นเข้าวงการหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ตั้งแต่อายุ 15 ปีในฐานะแดนเซอร์
  • ผ่านการฝึกซ้อมเต้นอย่างหนักถึง 30 กว่าเพลงภายในเวลา 2 เดือนกว่าช่วงเริ่มแรก
  • ได้รับฉายา ต้าวหยอง จากการที่แฟนคลับเรียกตามเทรนด์ในอดีต
  • ปัจจุบันก้าวสู่บทบาทบอสน้อย ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างลูกวงและพ่อเอ๊ะ

ต้าวหยอง นักร้องและแดนเซอร์ชื่อดัง ได้บอกเล่าถึงเส้นทางชีวิตการทำงานในวงการบันเทิงผ่านการเป็นแดนเซอร์ของคณะหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ตั้งแต่วัยเพียง 15 ปี จนปัจจุบันอายุย่างเข้า 22 ปี โดยในอช่วงแรกที่ก้าวเท้าเข้าสู่คณะ เจ้าตัวยอมรับว่าเผชิญกับความกดดันอย่างมาก เนื่องจากในเวลานั้นตนเองยังเต้นไม่เป็น และเป็นคนนิ่งเงียบ ไม่ค่อยเข้าหาหรือพูดคุยกับผู้คน จนทำให้บางคนเข้าใจผิดว่ามีนิสัยหยิ่ง

สำหรับจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่วงการหมอลำแห่งนี้ มาจากการที่พี่ชายทำงานอยู่ในวงระเบียบวาทะศิลป์ ประกอบกับเป็นจังหวะที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พอดี ในตอนนั้นมีความคิดว่าหากอยู่บ้านเฉยๆ ก็คงต้องขอเงินพ่อแม่ไปวันๆ จึงตัดสินใจเข้ามาทำงานเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว แม้ว่าในช่วงสองเดือนแรกจะต้องเผชิญกับการฝึกซ้อมเต้นเพลงมากกว่า 30 เพลงทุกวันจนรู้สึกท้อหลายต่อหลายครั้งก็ตาม

15อายุเริ่มต้นเป็นแดนเซอร์
30+เพลงที่ต้องซ้อมใน 2 เดือน
22อายุในปัจจุบัน

ส่วนที่มาของฉายา ต้าวหยอง เกิดขึ้นในช่วงที่แฟนคลับนิยมเรียกศิลปินอย่าง พี่นุ๊ก และ พี่ปาย ว่า ต้าววาฬ ต่อมาจึงมีแฟนคลับเริ่มเรียกเขาว่า ต้าวหยอง ซึ่งในระยะแรกเจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกไม่ชินกับชื่อดังกล่าว แต่เมื่อได้ยินบ่อยครั้งเข้าก็เกิดความคุ้นเคย และกลายมาเป็นชื่อที่ทุกคนรู้จักกันจนถึงทุกวันนี้

Thai traditional folk music band concert stage

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

วงการหมอลำในประเทศไทยปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่ความบันเทิงพื้นบ้าน แต่ได้พัฒนาเป็นอุตสาหกรรมบันเทิงขนาดใหญ่ที่มีแฟนคลับติดตามจำนวนมาก การที่ศิลปินรุ่นใหม่อย่างต้าวหยองสามารถก้าวขึ้นมาจากตำแหน่งแดนเซอร์จนได้รับบทบาทสำคัญในวง สะท้อนให้เห็นถึงความอดทนและการปรับตัวภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดของคณะหมอลำ ซึ่งเป็นเบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินหมอลำหลายๆ คนในยุคปัจจุบัน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ในการทำงานร่วมกับ พ่อเอ๊ะ หัวหน้าคณะระเบียบวาทะศิลป์ ต้าวหยองเผยว่าพ่อเป็นคนดุมาก โดยให้คะแนนความดุเต็มสิบ เวลาที่ไม่ได้ดั่งใจหรือมีอารมณ์โกรธจะเหมือนเป็นคนละคน พร้อมกันนี้ยังมีกฎเหล็กสำคัญคือ ห้ามดื่มสุรา และห้ามตกฉากเด็ดขาด นอกจากนี้ พ่อเอ๊ะยังคอยอบรมสั่งสอนเรื่องการใช้ชีวิต โดยเฉพาะเรื่องการเงิน เนื่องจากเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นคนใช้เงินเก่งและมักจะหมดเงินไปกับการซื้อของออนไลน์เป็นส่วนใหญ่

"พ่อให้เงินมา 1 แสน ใช้ไม่ถึง 15 วัน หมดไป 7 หมื่น ทั้งกิน ทั้งเลี้ยงเพื่อน คือเรางงว่าเราหาได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ ก็เลยใช้ฟุ่มเฟือย"

ต้าวหยอง

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ต้องให้พ่อเอ๊ะช่วยดูแลเรื่องเงินให้ เกิดขึ้นในช่วงที่กลับบ้านไปหาเพื่อนในช่วงวัยรุ่น เนื่องจากทำงานหนักมาตลอดตั้งแต่เด็กทำให้ห่างหายจากช่วงเวลานั้นไป พ่อจึงให้เงินมาหนึ่งแสนบาทแต่กลับใช้หมดไปถึงเจ็ดหมื่นบาทภายในเวลาไม่ถึงสิบห้าวันจากการกินเที่ยวและเลี้ยงเพื่อน ทำให้ตระหนักถึงการใช้เงินฟุ่มเฟือยของตนเองในเวลานั้น

สำหรับบทบาทการเป็นบอสน้อยในปัจจุบัน ต้าวหยองอธิบายว่าไม่ได้หมายความว่าต้องทำงานหนักหรือดูแลเรื่องเงินทองเบื้องหลังทั้งหมด แต่หน้าที่หลักคือการเป็นตัวกลางคอยสื่อสาร เนื่องจากพี่ๆ หรือเพื่อนร่วมวงหลายคนไม่กล้าเข้าไปพูดคุยกับพ่อเอ๊ะโดยตรง ต้าวจึงทำหน้าที่นำเรื่องไปบอกพ่อเพื่อให้นำไปพิจารณาต่อไป

ที่มา: Thairath Entertainment

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้