สุชาติเผยวัดพระธาตุขึ้นทะเบียนมรดกโลกผ่าน 5 รัฐบาล จ่อดัน ‘7 วัด’ เชียงใหม่ต่อ
สุชาติ ชมกลิ่น เผยความสำเร็จวัดพระธาตุขึ้นทะเบียนมรดกโลกใช้เวลาผลักดันผ่าน 5 รัฐบาล พร้อมเตรียมชง 7 วัดเชียงใหม่เข้ายูเนสโกต่อ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารขึ้นทะเบียนมรดกโลกใช้เวลาผลักดันผ่าน 5 รัฐบาล
- ต้องถ่ายภาพและจัดการวัตถุโบราณจำนวน 32,000 ชิ้นตามเงื่อนไขยูเนสโก
- เตรียมเสนอ 7 วัดรอบกำแพงเมืองเชียงใหม่เข้าเป็นมรดกโลกแห่งถัดไป
- ยอดผู้ร่วมงานเทศกาลพุ่งจาก 30,000 สู่ 200,000 คนหลังมีข่าวเสนอชื่อ
นายสุชาติ ชมกลิ่น เปิดเผยถึงเบื้องหลังความสำเร็จในการผลักดันแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของไทย โดยระบุว่าการดำเนินการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกใช้ระยะเวลายาวนานและต้องผ่านถึง 5 รัฐบาล เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2562 ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อเนื่องมายังรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จนมาถึงรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล 1 และ 2 ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ใช่ผลงานของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่เกิดจากการบูรณาการทำงานร่วมกันและการชี้แจงหาเหตุผลประกอบอย่างต่อเนื่อง
การผลักดันดังกล่าวมีความท้าทายอย่างมากเนื่องจากวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารมีอารยธรรมทางวัฒนธรรมยาวนานถึง 1,500 ปี และมีวัตถุโบราณที่ต้องจัดการถ่ายภาพจำนวนมากถึง 32,000 ชิ้นตามเงื่อนไขที่ยูเนสโกกำหนด นอกจากนี้ นายสุชาติยังได้เดินทางไปสังเกตการณ์บรรยากาศการประชุมที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งพบว่าบางประเทศมีประธานาธิบดีเดินทางมาชี้แจงและขอบคุณคณะกรรมการด้วยตนเอง ขณะที่ประเทศไทยมีตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมคณะ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การขึ้นทะเบียนมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) นอกจากจะเป็นการยกย่องคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในระดับสากลแล้ว ยังมีผลกระทบเชิงบวกอย่างมหาศาลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชน และการกระตุ้นให้เกิดงบประมาณและการอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน การที่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและจัดทำเอกสารข้อมูลเชิงลึก เช่น ราย100 รายการวัตถุโบราณนับหมื่นชิ้น สะท้อนถึงความเข้มงวดของยูเนสโกที่ต้องการหลักฐานยืนยันความแท้จริงและการดูแลรักษาที่มีประสิทธิภาพ
สำหรับแผนงานในอนาคต นายสุชาติเปิดเผยว่า ประเทศไทยเตรียมนำเสนอวัด 7 วัดรอบกำแพงเมืองในจังหวัดเชียงใหม่เข้ารับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่มรดกโลก ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับเมืองหลวงพระบางของ สปป.ลาว โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรอทางยูเนสโกลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งความสำเร็จลักษณะนี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างเหนียวแน่นระหว่างชุมชนและผู้นำท้องถิ่น เช่นเดียวกับความสำเร็จของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารที่ได้รับเสียงสนับสนุนเป็นเอกฉันท์จากคนในพื้นที่
"แต่ในข่าวอาจจะมีบางท่าน ไม่ยินดีด้วยกับการได้มาซึ่งมรดกโลก แบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในบรรยากาศแบบนี้ เราต้องมีวุฒิภาวะ อย่าเอาเรื่องความดีใจของคนทั้งประเทศมาเป็นเรื่องทางการเมือง ไม่ได้บอกว่าทำในยุคนี้และจบในยุคนี้มันผ่านมา 5 รัฐบาลแล้ว"
สุชาติ ชมกลิ่น
นายสุชาติยังได้กล่าวเสริมถึงกระแสตอบรับหลังการประกาศว่า ในช่วงเทศกาลสำคัญอย่างวันวิสาขบูชาหรือวันมาฆบูชา จากเดิมที่มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 30,000 คนต่อวัน แต่หลังจากมีข่าวการเสนอชื่อเป็นมรดกโลก ตัวเลขผู้เข้าชมพุ่งสูงขึ้นถึง 200,000 คน จึงอยากวอนให้ทุกฝ่ายร่วมกันนำเสนอข่าวสารเชิงบวกเพื่อประโยชน์ของประชาชนคนไทยทุกคนโดยไม่นำมาเชื่อมโยงเป็นประเด็นทางการเมือง
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น