โสภณลุยตัดหญ้า-ขึ้นเครนแต่งต้นตาล ปรับภูมิทัศน์รัฐสภา
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ลงมือลุยงานปรับภูมิทัศน์รัฐสภาด้วยตนเอง พร้อมโต้เสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้านยันการดูแลอาคารคือหน้าที่หลัก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา นำทีมจัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์รอบอาคารรัฐสภา
- ประธานรัฐสภาลงมือตัดหญ้าและขึ้นรถเครนตัดแต่งใบต้นตาลด้วยตนเองเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์
- โต้กลับ สส.ฝ่ายค้าน ยืนยันหนักแน่นว่าการบริหารและดูแลอาคารรัฐสภาคือหน้าที่โดยตรงของประธาน
- ระบุไม่สนใจคำติฉินนินทาหรือข้อครหาว่าสร้างภาพ มุ่งมั่นทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่อาคารรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยในช่วงเช้าได้ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์จำนวน 10 รูป
ต่อมา นายโสภณได้เปิดโครงการเฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคล ณ บริเวณลานพระบรมราชาอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีการร่วมลงนามถวายพระพรและการกล่าวคำปฏิญาณจิตอาสาพระราชทานอย่างพร้อมเพรียงด้วยคำว่า "เราทำ ความดี ด้วยหัวใจ" ก่อนจะนำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และลูกจ้าง ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์รอบพื้นที่รัฐสภา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในระหว่างกิจกรรมจิตอาสา นายโสภณได้ลงมือรดน้ำต้นไม้พร้อมสั่งการให้ติดตั้งท่อเพิ่มไปจนถึงโคนต้นเพื่อให้รากได้รับน้ำอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังได้ลงมือตัดหญ้าด้วยตนเอง รวมถึงขึ้นรถกระเช้าเครนเพื่อตัดแต่งใบต้นตาลและเก็บกวาดใบไม้แห้ง มุ่งเน้นการรักษาความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์รอบอาคารรัฐสภาให้มีความเรียบร้อยสวยงาม
ในการให้สัมภาษณ์หลังเสร็จสิ้นกิจกรรม นายโสภณเปิดเผยว่าภายหลังจากที่สัญญาประกันอาคารรัฐสภาได้สิ้นสุดลง การบริหารจัดการอาคารขนาดใหญ่จึงกลายเป็นภาระที่ต้องดูแลอย่างจริงจัง เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านและประสบปัญหาเรื่องงบประมาณรวมถึงบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านภูมิทัศน์โดยเฉพาะ ทางรัฐสภาจึงได้ดำเนินการของบประมาณเพิ่มเติมเพื่อเข้ามาซ่อมแซมและบำรุงรักษาระบบต่างๆ ทั้งระบบไอที ลิฟต์ บันได ตลอดจนพื้นที่ภายนอกอาคารที่มีขนาดกว้างขวาง
การที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ย่านเกียกกายหมดระยะเวลาประกันและต้องพึ่งพางบประมาณภาครัฐในการซ่อมบำรุง ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้บริหารสภาในการบริหารจัดการอาคารขนาดมหึมาที่มีมูลค่าการก่อสร้างสูง การที่ประธานรัฐสภาลงมาบูรณาการและขับเคลื่อนด้วยตนเองจึงสะท้อนถึงความพยายามในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและการเปลี่ยนผ่านไปสู่การบริหารยุคใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่ถูกจับตาจาก สส.ฝ่ายค้านถึงขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่เหมาะสม
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านออกมาแสดงความคิดเห็นว่าการดูแลอาคารไม่ใช่ภารกิจของประธานรัฐสภา นายโสภณได้โต้กลับทันทีว่าการบริหารอาคารให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยคือหน้าที่หลักของประธานรัฐสภาอย่างปฏิเสธไม่ได้
"ในอดีตผมไม่รู้ แต่นี่คือหน้าที่ของผม เป็นผู้บริหารอาคารให้มีความเรียบร้อย นอกจากประชุม ถ้าประธานไม่ทำก็เละเทะ หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก เพราะอาคารแห่งนี้สร้างด้วยภาษีประชาชน ต้องทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนจริงๆ ด้วยความมุ่งมั่น ใครจะว่าอะไรก็เป็นเรื่องของคน ไม่สนใจ คนชอบก็ว่าดี คนไม่ชอบถ้าไม่ตายก็ว่าไม่ดีหรอก"
โสภณ ซารัมย์
นายโสภณยังได้กล่าวถึงปัญหาเรื้อรังภายในอาคาร เช่น ปัญหาพื้นแตกและน้ำรั่วซึม โดยชี้แจงว่าปัญหาดังกล่าวดังกล่าวเกิดจากระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ ไม่ได้เกิดจากการรออนุมัติงบประมาณ พร้อมย้ำว่าตนจะมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาในปัจจุบันให้ดีที่สุด และในเวลา 13.00 น. และ 15.00 น. ของวันเดียวกัน ทางรัฐสภายังได้จัดกิจกรรมเสวนาสถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทย รวมถึงกิจกรรมปฏิบัติธรรมและสวดมนต์ถวายพระพรชัยมงคลตามลำดับ
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น