Samsung Galaxy S26 FE เปิดตัวทางการ ชูชิป Exynos 2500
ซัมซุงเปิดตัว Samsung Galaxy S26 FE สมาร์ตโฟนรุ่นราคาย่อมเยาในตระกูล Galaxy S26 มาพร้อมชิป Exynos 2500 สถาปัตยกรรม 3nm รัน One UI 9 บน Android 17

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Samsung Galaxy S26 FE เปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายที่สุดในตระกูล
- ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Exynos 2500 สถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร พร้อมจีพียู AMD RDNA 3
- รันระบบปฏิบัติการ One UI 9 บนพื้นฐาน Android 17 ตั้งแต่แกะกล่องเป็นรุ่นแรกในซีรีส์
- รับประกันการอัปเดตระบบปฏิบัติการและแพตช์ความปลอดภัยนานสูงสุด 7 ปีเต็ม
ซัมซุงประกาศเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุด Samsung Galaxy S26 FE อย่างเป็นทางการ โดยวางตำแหน่งให้เป็นสมาชิกรุ่นใหม่ที่มีราคาย่อมเยาที่สุดในตระกูล Galaxy S26 จุดเด่นสำคัญคือการเป็นสมาร์ตโฟนเครื่องแรกในซีรีส์ที่ได้รับการติดตั้งระบบปฏิบัติการ One UI 9 บนพื้นฐานระบบ Android 17 มาให้ตั้งแต่ตั้งค่าจากโรงงาน
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง Galaxy S25 FE คือการย้ายมาใช้ชิปประมวลผล Exynos 2500 ซึ่งผลิตด้วยเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมขนาด 3 นาโนเมตร แทนที่ชิป Exynos 2400 ขนาด 4 นาโนเมตรเดิม ชิปรุ่นใหม่นี้มาพร้อมคอร์ซีพียูรุ่นปรับปรุงใหม่ จีพียูสถาปัตยกรรม AMD RDNA 3 ที่เพิ่มจำนวนเวิร์กกรุ๊ปขึ้น 33 เปอร์เซ็นต์ และหน่วยประมวลผล NPU ที่มีฮาร์ดแวร์คำนวณเพิ่มขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์ โดยก่อนหน้านี้ชิป Exynos 2500 เคยถูกนำไปใช้งานบนรุ่น Galaxy Z Flip 7 มาก่อนแล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในด้านสเปกฮาร์ดแวร์ส่วนใหญ่ยังคงถอดแบบมาจากรุ่นก่อนหน้า โดยมาพร้อมหน้าจอแสดงผล Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ รองรับอัตรารีเฟรช 120Hz พร้อมความสว่างสูงสุด 1,900 nits ตัวเครื่องบรรจุแบตเตอรี่ความจุ 4,900mAh รองรับระบบชาร์จเร็วแบบมีสาย 45W และการชาร์จไร้สาย 15W พร้อมทั้งผ่านมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นในระดับ IP68
ทางด้านระบบกล้องถ่ายภาพยังคงใช้ชุดกล้องหลังสามตัวเช่นเดิม ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล กล้องอัลตราไวด์ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และกล้องเทเลโฟโตความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซึ่งรองรับการซูมออปติคัล 3 เท่า และซูมดิจิทัลสูงสุด 30 เท่า ส่วนกล้องหน้าสำหรับการถ่ายเซลฟี่มีความละเอียดอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล
"Galaxy S26 FE ได้รับฟีเจอร์ที่เปิดตัวครั้งแรกบนกลุ่มเรือธงพับได้ Galaxy Z Fold 8, Z Fold 8 Ultra และ Z Flip 8"
ทางซัมซุงได้ให้ความสำคัญกับฟีเจอร์ด้านซอฟต์แวร์เป็นพิเศษ โดยนำฟีเจอร์เด่นจากสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นเรือธงมาใส่ไว้ด้วย ได้แก่ ฟีเจอร์ My FanCam สำหรับติดตามบุคคลที่เลือกไว้ในวิดีโอให้อยู่กลางเฟรมอัตโนมัติ และฟีเจอร์ Super Steady ที่ทำงานร่วมกับ Horizon Lock เพื่อรักษาแนวระนาบของภาพให้ตรงเสมอแม้ตัวเครื่องจะถูกหมุนครบรอบ 360 องศา นอกจากนี้ตัวเครื่องยังรองรับการทำงานร่วมกับชุดเครื่องมือ Galaxy AI อย่างเต็มรูปแบบ
ฟีเจอร์การแต่งภาพอย่าง Photo Assist เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งภาพถ่ายด้วยคำสั่งภาษาธรรมชาติ เช่น การสลับฉากกลางวันเป็นกลางคืน การเพิ่มหรือลบวัตถุในภาพ และการย้อนกลับขั้นตอนการแก้ไขได้ทีละสเตป พร้อมทั้งฟีเจอร์ Now Brief ใน One UI 9 ที่ช่วยให้ผู้สร้างการ์ดสรุปข้อมูลเฉพาะตัวผ่านคำสั่งภาษาพูด ทั้งในหมวดหมู่สภาพอากาศ สุขภาพ และวิดีโอ รวมถึงความสามารถของ Circle to Search with Google ที่รองรับการวงเพื่อค้นหาวัตถุหลายรายการได้พร้อมกันในภาพเดียว
การเปิดตัว Samsung Galaxy S26 FE สะท้อนให้เห็นกลยุทธ์ของซัมซุงในการนำชิปเซตเรือธงสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตรอย่าง Exynos 2500 ลงมาสู่สมาร์ตโฟนระดับราคาย่อมเยา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประหยัดพลังงานให้เข้าถึงผู้ใช้งานในวงกว้างได้รวดเร็วยิ่งขึ้น การันตีความคุ้มค่าด้วยนโยบายซอฟต์แวร์ยาวนาน 7 ปี
สำหรับการบริการหลังการขายและการสนับสนุนซัมซุงระบุว่า Samsung Galaxy S26 FE จะได้รับการอัปเกรดระบบปฏิบัติการสูงสุด 7 เวอร์ชัน ควบคู่ไปกับการอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยยาวนาน 7 ปีเต็ม นอกจากนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่ซีรีส์ Galaxy S ได้รับสิทธิ์พิเศษแถมฟรีบริการทดลองใช้ Google AI Pro นาน 6 เดือน โดยตัวเครื่องมีให้เลือกสรรทั้งหมด 3 เฉดสี ได้แก่ สีม่วง Blueberry, สีเขียว Pistachio และสีดำ Graphite ส่วนราคาและกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยยังไม่มีการประกาศจากบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคทรอนิคส์ จำกัด ในขณะนี้
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น