Shein พลิกขาดทุน 99 ล้านดอลลาร์ หลังมาตรการภาษีสหรัฐฯ และนโยบายทรัมป์กระทบยอดขาย
ยักษ์ใหญ่ฟาสต์แฟชั่นเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรก พลิกขาดทุน 99 ล้านดอลลาร์ พร้อมเตรียมตัวเข้าตลาดหุ้นฮ่องกงท่ามกลางแรงกดดันจากสงครามการค้า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Shein ขาดทุนสุทธิ 99 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกสวนทางกับปีก่อนที่มีกำไร 395 ล้านดอลลาร์
- ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกยกเว้นภาษีนำเข้าพัสดุกรณีมูลค่าต่ำหรือ de minimis ของสหรัฐฯ
- เตรียมเสนอขายหุ้น IPO ในตลาดฮ่องกงหลังเคยพยายามจดทะเบียนในนิวยอร์กและลอนดอนไม่สำเร็จ
- ฐานลูกค้ายังคงเติบโตโดยมีผู้ใช้งานประจำ 281 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 16% จากปีก่อน
ชีอิน (Shein) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการค้าปลีกฟาสต์แฟชั่น ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์และมีรากฐานกำเนิดจากประเทศจีน เปิดเผยตัวเลขผลประกอบการในไตรมาสแรกของปีว่าบริษัทประสบภาวะขาดทุนสุทธิไปถึง 99 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 74.1 ล้านปอนด์ โดยตัวเลขดังกล่าวถือเป็นการพลิกผันอย่างรุนแรงเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าที่บริษัททำกำไรสุทธิไว้ได้สูงถึง 395 ล้านดอลลาร์ ยอดขายของบริษัทชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อยกเลิกข้อยกเว้นทางภาษีสำหรับการนำเข้าพัสดุขนาดเล็กที่มีมูลค่าราคาไม่แพง
รายงานการยื่นเอกสารระบุว่า ผลประกอบการในไตรมาสแรกนี้ยังสะท้อนถึงผลขาดทุนทางบัญชีอีกมูลค่า 328 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางการบัญชีสำหรับหุ้นพิเศษของผู้ลงทุน โดยหุ้นเหล่านี้สามารถแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ในอนาคตและมูลค่าสามารถผันผวนได้ก่อนที่จะมีการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ บริษัทยังเผชิญกับปัจจัยลบเพิ่มเติมจากความไม่แน่นอนของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ยังคงอยู่ในสถานะหยุดพักชั่วคราว รวมถึงความขัดแย้งในอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อสินค้า ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น และความล่าช้าในการจัดส่งสินค้าในบางตลาด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
มาตรการภาษีที่ถูกยกเลิกดังกล่าวสืบเนื่องมาจากคำสั่งบริหารของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 โดยเป็นการขยายขอบเขตจากมาตรการเดิมที่มุ่งเป้าเฉพาะสินค้าต้นทุนต่ำจากจีนและฮ่องกงให้ครอบคลุมไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ช่องโหว่ทางภาษีที่เรียกว่า de minimis เคยอนุญาตให้สินค้านำเข้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 800 ดอลลาร์สามารถผ่านเข้ามาในสหรัฐฯ ได้โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร ซึ่งผู้บริโภคชาวอเมริกันนิยมใช้ประโยชน์จากช่องทางนี้ในการสั่งซื้อสินค้าราคาประหยัดจากแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Shein และ Temu ทางทำเนียบขาวได้ชี้แจงเหตุผลว่าข้อยกเว้นระดับโลกนี้ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีและลักลอบนำเข้ายาเสพติดสังเคราะห์อันตรายเข้ามาในประเทศ
"เพื่อเป็นการตอบสนองต่อภาษีและอากรที่เพิ่มสูงขึ้น เรากำลังแสวงหาทางเลือกที่หลากหลาย รวมถึงการปรับขึ้นราคาสินค้าของเราในตลาดสหรัฐฯ เพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นบางส่วน"
Shein
การยกเลิกข้อยกเว้นภาษี de minimis มูลค่า 800 ดอลลาร์ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ของโมเดลธุรกิจฟาสต์แฟชั่นและอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน โมเดลเดิมพึ่งพาการส่งพัสดุตั๋วเล็กๆ ตรงถึงผู้บริโภคเพื่อหลีกเลี่ยงกำแพงภาษีนำเข้า การที่รัฐบาลสหรัฐฯ และล่าสุดสหภาพยุโรปที่เริ่มเก็บค่าธรรมเนียม 3 ยูโรต่อสินค้าราคาต่ำเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บีบให้แพลตฟอร์มอย่าง Shein ต้องปรับโครงสร้างซัพพลายเชนและขยับราคาขึ้น ซึ่งอาจลดทอนความสามารถในการแข่งขันด้านราคาที่เคยเป็นจุดแข็งสูงสุดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้จะเผชิญกับอุปสรรคด้านกฎระเบียบและการเงิน แต่เอกสารการยื่นขอเข้าตลาดหุ้นยังเปิดเผยข้อมูลว่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 Shein มีฐานลูกค้าประจำที่ใช้งานอยู่สูงถึง 281 ล้านคน ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 16% จากปีก่อนหน้า และมีการสั่งซื้อสินค้ารวมกันมากกว่า 1,000 ล้านออเดอร์ การเปิดเผยผลประกอบการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเตรียมความพร้อมเพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง หลังจากที่ความพยายามก่อนหน้านี้ในการเสนอขายหุ้น IPO ในนิวยอร์กและลอนดอนประสบความล้มเหลว โดยเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา คณะותกการกำกับดูแลหลักทรัพย์แห่งประเทศจีน หรือ CSRC ได้อนุมัติให้ Shein สามารถดำเนินการเสนอขายหุ้นในฮ่องกงได้แล้ว และคาดว่าจะมีการซื้อขายหุ้นอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ แม้ในเอกสารจะยังไม่มีการระบุรายละเอียดที่แน่ชัดเกี่ยวกับขนาดกรอบเวลา หรือราคาเสนอขายก็ตาม
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น