รัฐบาลเปิดมาตรการคุมเข้มช่างซ่อมบ้านฉ้อโกงและเพิ่มระบบจ่ายเงินปลอดภัย
รัฐบาลเตรียมเปิดตัวฐานข้อมูลผู้ให้บริการและระบบเก็บเงินผ่านบัญชีกลางเพื่อปกป้องผู้บริโภคจากการถูกช่างรับเหมาทิ้งงานและฉ้อโกงเงินกว่า 1 หมื่นล้านปอนด์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รัฐบาลเปิดตัวฐานข้อมูลช่างซ่อมบ้านที่น่าเชื่อถือและระบบพักเงินในบัญชีกลาง
- สถิติชี้ผู้บริโภคสูญเงินกว่า 1 หมื่นล้านปอนด์ในปี 2024 จากปัญหาช่างไร้มาตรฐาน
- ภาคเอกชนและพรรคฝ่ายค้านกังวลมาตรการใหม่อาจเพิ่มภาระเอกสารให้ธุรกิจที่สุจริต
- พร้อมเดินหน้าคุมเข้มพนักงานยึดทรัพย์เอกชนเพื่อคุ้มครองลูกหนี้จากการคุกคาม
รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมบังคับใช้มาตรการคุ้มครองเจ้าของบ้านครั้งใหม่เพื่อกวาดล้างกลุ่มช่างรับเหมาไร้จรรยาบรรณหรือที่รู้จักกันในชื่อ "ช่างคาวบอย" โดยจะมีการจัดตั้งฐานข้อมูลรายชื่อผู้ให้บริการที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน พร้อมระบบการเงินที่รอดำเนินการปล่อยเงินเป็นงวดๆ ตามความคืบหน้าของหน้างาน
โครงการดังกล่าวซึ่งจะเริ่มเปิดตัวในเดือนหน้า กำหนดให้ช่างผู้รับจ้างต้องแสดงความโปร่งใส มีมาตรฐานการบริการลูกค้าที่ดี และมีกระบวนการระงับข้อพิพาทที่ชัดเจน โดยนายกรัฐมนตรี Andy Burnham ระบุว่าช่างรับเหมาที่ไร้ความซื่อสัตย์เหล่านี้มักสร้างความเครียดให้แก่ครอบครัวนานหลายเดือนแถมยังทิ้งงานไว้กลางคัน
ข้อมูลจากภาครัฐระบุว่า มากกว่าหนึ่งในสี่ของผู้ที่ทำการปรับปรุงบ้านในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมาต้องเผชิญกับอุปสรรค เช่น ช่างหายตัวไปหลังจากได้รับเงินมัดจำล่วงหน้า ขณะที่ผลสำรวจซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อ Competition and Markets Authority ประเมินว่าผู้บริโภคต้องสูญเงินมากกว่า 1 หมื่นล้านปอนด์ในยามดูแลรักษาบ้านและสวนเมื่อปี 2024 จากค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจริงและการเอาเปรียบ
ภายใต้ระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ เงินของผู้บริโภคจะถูกเก็บรักษาไว้ในบัญชีกลางและทยอยจ่ายออกเป็นส่วนๆ ก็ต่อเมื่อมีการดำเนินโครงการบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้เท่านั้น ซึ่งทาง Chartered Trading Standards Institute หรือ CTSI มองว่าเป็นก้าวแรกที่ยอดเยี่ยมในการสกัดกั้นช่างที่รับเงินแล้วหนี แต่ก็ยังเรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับด้วยการออกใบอนุญาตภาคบังคับ
"มาตรการนี้ดูเหมือนจะเป็นนโยบายภาครัฐที่เสี่ยงต่อผลกระทบเชิงลบในการเพิ่มภาระเอกสารให้กับภาคธุรกิจส่วนใหญ่ที่ทำหน้าที่อย่างถูกต้องอยู่แล้ว"
Andrew Griffith, Shadow business secretary
John Herriman ซีอีโอของ CTSI เสนอแนะว่าโครงการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐอย่าง Warm Homes Plan อาจเปิดช่องให้กลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสได้ ดังนั้นจึงควรมีใบอนุญาตภาคบังคับเพื่อช่วยให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำลง ขณะที่ฝั่งพรรคฝ่ายค้านอย่าง Andrew Griffith มองว่ารัฐควรเน้นการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดและเพิ่มบทลงโทษแทนการสร้างแอปพลิเคชัน
มาตรการควบคุมช่างรับเหมาและปฏิรูปการใช้จ่ายผ่านระบบบัญชีกลางสะท้อนให้เห็นความพยายามของภาครัฐในการอุดช่องโหว่ทางกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค เนื่องจากปัญหาการฉ้อโกงในภาคธุรกิจซ่อมแซมที่อยู่อาศัยสร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาลมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนจากภาคอุตสาหกรรมและนักการเมืองฝ่ายค้านชี้ให้เห็นความท้าทายในการสมดุลระหว่างการปราบปรามผู้กระทำผิดกับการไม่สร้างภาระต้นทุนและขั้นตอนเอกสารที่ซับซ้อนจนเกินไปให้แก่ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกเหนือจากการจัดการปัญหาช่างไร้มาตรฐานแล้ว รัฐบาลยังประกาศแผนควบคุมการทำงานของพนักงานยึดทรัพย์เอกชนในอังกฤษและเวลส์ เพื่อปกป้องลูกหนี้จากการกระทำที่ข่มขู่หรือผลักดันให้เข้าสู่ข้อตกลงการชำระหนี้ที่เกินกำลัง โดย Sarah Sackman รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศาลและบริการทางกฎหมายเน้นย้ำว่าความรับผิดชอบดังกล่าวต้องมาพร้อมกับมาตรฐานวิชาชีพที่สูง
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น