ข้ามไปเนื้อหาหลัก

สงครามการค้าสหรัฐฯ-แคนาดาพ่นพิษใส่การท่องเที่ยว

ความขัดแย้งด้านภาษีศุลกากรระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดาเสี่ยงทำลายการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว หลังนักท่องเที่ยวชาวแคนาดาเพิ่งเริ่มกลับมาเยือนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
29 Aug 2026ที่มา: Skift3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
สงครามการค้าสหรัฐฯ-แคนาดาพ่นพิษใส่การท่องเที่ยว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ทำเนียบขาวประกาศขึ้นภาษี 50% สินค้าแคนาดา และแคนาดาตอบโต้ด้วยภาษีมูลค่าราว 2.0 หมื่นล้านดอลลาร์
  • ผลสำรวจ Longwoods International ระบุชาวแคนาดาเดินทางเข้าสหรัฐฯ 28% ในรอบ 6 เดือน เพิ่มขึ้นจาก 23% ปีก่อนหน้า
  • มาตรการควบคุมชายแดนและวีซ่าที่เข้มงวดของสหรัฐฯ ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อภาคการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ

สถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและแคนาดากำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการโรงแรมและธุรกิจท่องเที่ยวที่กำลังรอคอยการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังจากที่จำนวนนักท่องเที่ยวชาวแคนาดาเพิ่งจะเริ่มกลับมามีสัญญาณที่ดีขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่สี่

ความขัดแย้งระลอกใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจเรียกเก็บภาษีนำเข้า 50% สำหรับสินค้าจากแคนาดา ส่งผลให้รัฐบาลแคนาดาต้องตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 2.0 หมื่นล้านดอลลาร์เช่นกัน บรรยากาศความตึงเครียดทางการเมืองยิ่งทวีความดุเดือดขึ้นไปอีกเมื่อผู้นำสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งบริหารให้กระทรวงมหาดไทยเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทริโอ (Lake Ontario) เป็น "ทะเลสาบอเมริกา" (Lake America)

"คุณทำสงครามเมื่อคุณถูกโจมตี และเราถูกโจมตี"

มาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา

วิกฤตการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวชาวแคนาดากำลังเริ่มเปิดใจกลับมาเดินทางท่องเที่ยวในสหรัฐฯ อีกครั้ง โดยผลสำรวจจาก Longwoods International ประจำเดือนกรกฎาคมเปิดเผยว่า มีชาวแคนาดา 28% ที่เดินทางมาสหรัฐฯ ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจาก 23% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

การที่นักท่องเที่ยวชาวแคนาดาเริ่มกลับมาเยือนสหรัฐฯ ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยวชายแดนและมหานครใหญ่ แต่ความขัดแย้งด้านนโยบายการค้าและคำพูดเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง มักสร้างความรู้สึกเชิงลบในระดับประชาชน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจใช้จ่ายและเดินทางท่องเที่ยว แม้ว่าตัวเลขทางสถิติจะเริ่มกระเตื้องขึ้นชั่วคราวก็ตาม

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

New York City hotel building exterior daytime

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวดังกล่าวยังคงเปราะบางอย่างยิ่ง เนื่องจากในปีที่ผ่านมา ยอดเดินทางเข้าสหรัฐฯ ของชาวแคนาดาดิ่งลงถึง 21% ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติของสหรัฐฯ ลดลง 5.5% โดยเฉพาะมหานครนิวยอร์กที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งอัตราการเข้าพักโรงแรม จำนวนผู้ชมละครบรอดเวย์ และการจ้างงานในภาคโรงแรมที่ยังคงต่ำกว่าระดับในปี 2019

สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าคุมเข้มมาตรการตรวจคนเข้าเมืองอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการวางเงินประกันวีซ่าถาวรที่มีมูลค่าสูงถึง 20,000 ดอลลาร์ แผนการเพิกถอนวีซ่าจำนวนสูงสุด 200,000 ฉบับ รวมถึงการจับกุมโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้ชาวต่างชาติลังเลที่จะเดินทางมาเยือนสหรัฐฯ มากยิ่งขึ้น

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้