ข้ามไปเนื้อหาหลัก

กรมชลประทานเดินหน้าโครงการผันน้ำยวม 7 หมื่นล้านบาท

กรมชลประทานเดินหน้าขอใช้ป่าภาคเหนือทำโครงการผันน้ำยวม 71,000 ล้านบาท ด้านสภา อบต. หลายแห่งในเชียงใหม่และตากลงมติไม่เห็นด้วย ขณะที่คดีฟ้องร้องยังค้างในศาลปกครองเชียงใหม่

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
29 Aug 2026ที่มา: Matichon Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
กรมชลประทานเดินหน้าโครงการผันน้ำยวม 7 หมื่นล้านบาท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • กรมชลประทานทำหนังสือขอใช้ป่าสงวนฯ สร้างโครงการผันน้ำยวมวงเงิน 71,000 ล้านบาท
  • สภา อบต.นาคอเรือ จ.เชียงใหม่ มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่เห็นชอบโครงการดังกล่าว
  • ชาวบ้านและเครือข่ายลุ่มน้ำชี้แจงว่าคดีฟ้องร้องในศาลปกครองเชียงใหม่ยังไม่สิ้นสุด
  • รศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า ระบุยังมีประเด็นทางวิชาการและสิ่งแวดล้อมที่ยังหาคำตอบไม่ได้

กรมชลประทาน โดยนายปกครอง สุดใจนาค ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ได้ส่งหนังสือถึงนายกองค์การบริหารส่วนตำบลต่างๆ ในเขตอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก, อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และอำเภอฮอดกับอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติสำหรับการก่อสร้างโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล หรือที่รู้จักกันในชื่อโครงการผันน้ำยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ในเอกสารชี้แจงของโครงการระบุว่า งบประมาณในการดำเนินงานอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท โดยใช้เวลาดำเนินการต่อเนื่อง 7 ปี พร้อมระบุผลประโยชน์ในเชิงบวก เช่น การเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกในฤดูแล้งสำหรับโครงการกำแพงเพชรและโครงการเจ้าพระยาใหญ่รวม 1,610,026 ไร่ เพิ่มความต้องการน้ำสำหรับการประปาส่วนภูมิภาค 50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และการประปานครหลวง 250 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี พร้อมทั้งอ้างว่าโครงการนี้ไม่มีผลลัพธ์ด้านลบแต่อย่างใด

Thailand forest mountain river landscape view

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

71,000งบประมาณโครงการ (ล้านบาท)
1.6Mพื้นที่เพาะปลูกเพิ่ม (ไร่)
7ระยะเวลาดำเนินโครงการ (ปี)

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความประหลาดใจให้กับผู้นำท้องถิ่นและเครือข่ายประชาชนเป็นอย่างมาก นายสะท้าน วิชัยพงษ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำเงา ยวม เมย สาละวิน เปิดเผยว่า ประชาชนในพื้นที่ได้ยื่นฟ้องร้องโครงการนี้ต่อศาลปกครองที่เชียงใหม่แล้ว และคดียังอยู่ในกระบวนการพิจารณา แต่ทางกรมชลประทานกลับเร่งรัดกระบวนการในระดับพื้นที่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ามีการนำโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กมาเสนอควบคู่กันเพื่อให้สภาท้องถิ่นอนุมัติหรือไม่

"โครงการนี้จะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านแน่ ๆ แต่ในเอกสารแนบกลับบอกว่าไม่มีผลลัพธ์ด้านลบ จนถึงวันนี้สมาชิก อบต.จำนวนไม่น้อย ยังไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดและผลกระทบของโครงการผันน้ำเลย"

นายสะท้าน วิชัยพงษ์

ในส่วนของพื้นที่ปฏิบัติจริง นางยุพา จ่อแผ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลนาคอเรือ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ทาง อบต. ได้จัดประชุมเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 และมีมติเอกฉันท์ไม่เห็นชอบกับการขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าอมก๋อยและป่าแจ่ม-ป่าแม่ตื่น โดยนายเอกรินทร์ เม็ดโท นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาคอเรือ ได้ทำหนังสือตอบปฏิเสธกลับไปยังผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากราษฎรในพื้นที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการ

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

บริบทเพิ่มเติม: โครงการผันน้ำยวมหรือโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล เป็นหนึ่งในแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำขนาดใหญ่ของประเทศไทยที่มีมูลค่าสูงและใช้ระยะเวลาก่อสร้างยาวนาน โครงการในลักษณะนี้มักเผชิญความท้าทายในมิติของการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น เนื่องจากอุโมงค์ผันน้ำขนาดใหญ่และการใช้พื้นที่ป่าต้นน้ำอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศลุ่มน้ำสาละวินและวิถีชีวิตของชุมชนรอบพื้นที่โครงการ ซึ่งต้องอาศัยความโปร่งใสและการศึกษาทางวิชาการรอบด้านในการสร้างความเข้าใจร่วมกันทุกฝ่าย

ด้าน รศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สภาผู้แทนราษฎร ได้แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า โครงการดังกล่าวยังมีประเด็นคำถามทางวิชาการ ทั้งด้านวิศวกรรม ประมง สิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ที่ทางกรมชลประทานและบริษัทที่ปรึกษายังไม่สามารถตอบข้อสงสัยได้อย่างชัดเจน

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้