เชฟ ไว ยิน มาน: เบื้องหลังความสำเร็จอาณาจักร Chef Man
เปิดเส้นทางชีวิต เชฟ ไว ยิน มาน จากเด็กฮ่องกงสู่อาณาจักรอาหารจีน Chef Man ตั้งเป้าขยายแฟรนไชส์ระดับโลกด้วยระบบ SOP

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เชฟ ไว ยิน มาน เริ่มต้นอาชีพในครัวตั้งแต่อายุ 13 ปี ก่อนย้ายมาไทยปี 2538
- เปิดร้าน Chef Man ครั้งแรกปี 2554 ที่โรงแรมอีสติน มักกะสัน ด้วยเชฟเทเบิล 2 โต๊ะ
- ปัจจุบัน Chef Man มีหลากหลายคอนเซปต์ครอบคลุมทั้งไฟน์ไดนิ่งและคลาวด์คิทเช่น
- ตั้งเป้าขยายแฟรนไชส์ระดับโลกด้วยระบบ SOP เพื่อให้ธุรกิจเติบโตเป็นร้อยเท่า
เส้นทางของ “เชฟ ไว ยิน มาน” ผู้สร้างอาณาจักร “Chef Man Group” เริ่มต้นจากความยากลำบากในวัยเด็กที่ฮ่องกง โดยพ่อทำอาชีพก่อสร้างและขายยาจีน ด้วยความที่ต้องการมีปากท้องอิ่มหนำ จึงตัดสินใจก้าวเข้าสู่โลกของห้องครัวตั้งแต่อายุ 13 ปี เริ่มจากการเป็นคนล้างผัก เก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างยากลำบากเพราะคนรุ่นก่อนหวงวิชา ต้องอาศัยการแอบจำและใช้เวลาถึง 2 ปีจึงได้จับตะหลิวผัดข้าวผัดเส้นใหญ่ จนกระทั่งอายุ 19 ปีจึงได้ขึ้นเป็นหัวหน้าเชฟเต็มตัว และมีโอกาสได้ไปทำงานที่ร้านอาหารชื่อดังอย่าง “ไห่จินหลง” ก่อนจะถูกทาบทามให้มาเป็นหัวหน้าห้องครัวจีนที่โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ เมื่อปี 2538 ขณะมีอายุ 27 ปี และทำงานอยู่ที่นั่นยาวนานถึง 17 ปีเต็ม
หลังจากสั่งสมประสบการณ์ในวงการอาหารจีนชั้นสูงจนเชี่ยวชาญ เชฟ ไว ยิน มาน ตัดสินใจเปิดห้องอาหารของตัวเองในชื่อ “Chef Man” เมื่อปี 2554 ที่โรงแรมอีสติน มักกะสัน โดยเริ่มต้นจากรูปแบบเชฟเทเบิลเพียง 2 โต๊ะเท่านั้น ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจนลูกค้าเต็มทุกวัน ก่อนจะย้ายมาปักหลักที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ และขยายอาณาจักรธุรกิจอาหารจีนออกไปอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน ผ่านหลากหลายคอนเซปต์ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่ “Chef Man Restaurant” ร้านไฟน์ไดนิ่งชื่อดัง, “Man Tables” อาหารจีนที่ปรุงอย่างประณีตคัดสรรวัตถุดิบระดับโลก, “Chef Man Cloud Kitchen” รวมเมนูยอดฮิตอย่างหมูแดงย่างถ่านและราดหน้าฮ่องกง และแบรนด์น้องใหม่ “Man Hin by Chef Man” ที่เน้นติ่มซำคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
หัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์ Chef Man ครองใจลูกค้ามาอย่างยาวนาน คือความพิถีพิถันในการเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดจากทั่วโลก และการจ้างเชฟผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากประเทศจีนและฮ่องกงมารังสรรค์เมนูต้นตำรับแท้ๆ ครบทุกภูมิภาค โดยเชฟ ไว ยิน มาน ยังคงลงตรวจสาขาด้วยตนเองทุกวันโดยไม่บอกล่วงหน้าเพื่อรักษามาตรฐาน พร้อมกันนี้ยังมีครัวกลางคอยควบคุมคุณภาพของซอสและไส้ติ่มซำ เพื่อให้ทุกสาขาสามารถรักษาเอกลักษณ์ความอร่อยไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ แม้ในปัจจุบันจะต้องเผชิญกับภาวะความท้าทายทางเศรษฐกิจและยุคน้ำมันแพงที่ทำให้ยอดขายลดลงไปราว 20% แต่เชฟก็ยังคงมุ่งมั่นปรับตัวและมองหาโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ
“ผมอยากทำให้คนไทยรู้จักอาหารจีนมากขึ้น ไม่ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินไปกิน ผมเป็นคนแรกที่คิดเมนูบะหมี่กระเพาะปลาสดซอสเป๋าฮื้อ เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ไม่มีร้านไหนทำ”
เชฟ ไว ยิน มาน
ความสำเร็จของ Chef Man สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการสร้างมาตรฐานการทำงาน (SOP) และการบริหารจัดการแบรนด์ F&B (Food & Beverage) ในระดับพรีเมียม การที่เชฟผู้ก่อตั้งวางแผนเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่รูปแบบแฟรนไชส์เพื่อขยายสาขาให้ได้มากกว่าการทำร้านไฟน์ไดนิ่งแบบเดิม ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตาในอุตสาหกรรมอาหารจีนกวางตุ้ง ซึ่งต้องอาศัยการรักษาสมดุลระหว่างรสชาติดั้งเดิมและการควบคุมคุณภาพในสเกลที่ใหญ่ขึ้น
ในด้านชีวิตส่วนตัว เชฟ ไว ยิน มาน ได้รับบัตรประชาชนไทยมาแล้ว 7-8 ปี ชื่นชอบวิถีชีวิตในประเทศไทยที่ไม่เร่งรีบและมีความกดดันน้อยกว่าฮ่องกง โดยมีภรรยาเป็นคนไทยและมีลูกชาย 3 คน ซึ่งลูกชายคนโตวัย 27 ปีได้เริ่มเข้ามาเรียนรู้งานในธุรกิจครอบครัวแล้ว สำหรับก้าวต่อไปในอนาคต เชฟตั้งเป้าหมายใหญ่ในการผลักดันแบรนด์ Chef Man ให้เติบโตไปทั่วโลกในรูปแบบแฟรนไชส์คล้ายกับเชนฟาสต์ฟู้ดระดับโลก โดยอาศัยระบบ SOP เข้ามาช่วยควบคุมคุณภาพและขั้นตอนการทำงาน เพื่อให้แบรนด์สามารถขยายสาขาและสร้างความยิ่งใหญ่ได้มากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น