นายกฯ ต้อนรับ รมว. กต. ลิทัวเนีย เยือนไทยรอบ 22 ปี ชูความร่วมมือเทคโนโลยี-การค้า
นายกรัฐมนตรีให้การต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลิทัวเนียในโอกาสเยือนไทยรอบ 22 ปี พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านการค้า เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล และการเจรจา FTA ไทย-EU

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รมว.การต่างประเทศลิทัวเนียเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในรอบ 22 ปี
- สองฝ่ายเห็นพ้องผลักดันการค้า เพิ่มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและดิจิทัล
- ไทยขอให้ลิทัวเนียช่วยสนับสนุนการเจรจา FTA ไทย-EU และการเข้าเป็นสมาชิก OECD
- เปิดฉากความร่วมมือด้านนวัตกรรม ไซเบอร์เซฟตี้ สตาร์ทอัพ และยานยนต์ไฟฟ้า
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลิทัวเนีย ซึ่งนับเป็นการเดินทางเยือนระดับรัฐมนตรีต่างประเทศในรอบ 22 ปี พร้อมกับแสดงความยินดีต่อพัฒนาการสำคัญในความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศ โดยเชื่อมั่นว่าการเยือนครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับความร่วมมือในระดับรัฐบาล ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน ในขณะที่ทางฝั่งลิทัวเนียระบุว่า การเดินทางมาเยือนในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจจริงในการขยายบทบาทเข้าสู่ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก รวมถึงเพิ่มการมีส่วนร่วมทางด้านเศรษฐกิจและการทูตกับประเทศไทยและประชาคมอาเซียน พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวเชิญนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนประเทศลิทัวเนียอย่างเป็นทางการในโอกาสต่อไปด้วย
ในประเด็นด้านเศรษฐกิจและการค้า ทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมกันว่ามูลค่าการค้าระหว่างไทยและลิทัวเนียยังคงมีช่องทางให้เติบโตได้อีกมากเมื่อเทียบกับศักยภาพที่มีอยู่ จึงควรสนับสนุนให้ภาคเอกชนใช้ประโยชน์จากจุดเด่นของแต่ละประเทศให้เต็มที่ โดยประเทศไทยมีความโดดเด่นในด้านอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป ขณะที่ลิทัวเนียซึ่งถือเป็นประเทศขนาดใหญ่ในกลุ่มประเทศบอลติกมีความเชี่ยวชาญระดับสูงในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล และอุตสาหกรรมนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ร่วมกัน
การเยือนของรัฐมนตรีต่างประเทศลิทัวเนียในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากลิทัวเนียเป็นหนึ่งในประเทศยุโรปที่มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในด้านเทคโนโลยีฟินเทค ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และอีกลิเบอร์ตี้ (E-Residency) การที่ไทยจับมือกับประเทศในกลุ่มบอลติกจึงเป็นประตูบานสำคัญในการเข้าถึงตลาดนวัตกรรมยุโรปตะวันออกและยุโรปเหนือ ควบคู่ไปกับการที่ลิทัวเนียใช้ไทยเป็นฐานขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ขอให้ทางลิทัวเนียช่วยสนับสนุนการผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป หรือ Thailand-EU FTA รวมถึงช่วยสนับสนุนให้ไทยได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ซึ่งทางฝั่งลิทัวเนียก็ได้ตอบรับและยืนยันพร้อมให้การสนับสนุนในทั้งสองประเด็น พร้อมกันนี้ยังได้มีการแบ่งปันประสบการณ์จากการที่ลิทัวเนียเคยเข้าร่วม OECD เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยอีกด้วย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในด้านความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ลิทัวเนียได้นำเสนอความพร้อมในหลายด้าน อาทิ ความมั่นคงไซเบอร์, Data Center, โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะหรือ Smart Grid, เทคโนโลยีพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งทางนายกรัฐมนตรีก็ได้แสดงความสนใจในการส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยี การป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ เทคโนโลยีการแพทย์ การวิจัย และสาขา STEM เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่าประเทศไทยมีความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับลิทัวเนียอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ผลการหารือในครั้งนี้เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ ทั้งในเรื่องการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และการเชื่อมโยงระดับประชาชน พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าการเยือนครั้งนี้จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและลิทัวเนียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น