ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Tim Cook ก้าวลงจากตำแหน่ง CEO Apple หลังกุมบังเหียน 15 ปี

ทิม คุก อำลาเก้าอี้ซีอีโอ Apple หลังดำรงตำแหน่งนาน 15 ปี ส่งไม้ต่อให้ จอน เทอร์นัส พร้อมเปิดประวัติศาสตร์ความสำเร็จและช่วงเวลาท้าทาย

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
01 Sep 2026ที่มา: The Verge4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Tim Cook ก้าวลงจากตำแหน่ง CEO Apple หลังกุมบังเหียน 15 ปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ทิม คุก ก้าวลงจากตำแหน่ง CEO Apple หลังจากบริหารงานมานาน 15 ปี
  • จอห์น เทอร์นัส ผู้นำฝ่ายฮาร์ดแวร์ เข้ามารับตำแหน่ง CEO คนใหม่แทนในวันนี้
  • สร้างความสำเร็จครั้งใหญ่ด้วยการผลักดันธุรกิจบริการและชิปตระกูล M-series
  • นำพา Apple ฝ่าฟันอุปสรรคและเปิดตัวนวัตกรรมสำคัญอย่าง Apple Watch และ AirPods

ยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้มาถึงแล้ว เมื่อ ทิม คุก ประกาศก้าวลงจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือ CEO ของ Apple หลังจากกุมบังเหียนบริษัทมายาวนานถึง 15 ปีเต็ม โดยผู้ที่จะเข้ามารับไม้ต่อในฐานะ CEO คนใหม่คือ จอน เทอร์นัส ผู้นำฝ่ายฮาร์ดแวร์ของบริษัท การส่งมอบตำแหน่งในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความทรงจำและมรดกทางธุรกิจมากมายที่ทิม คุก ได้สร้างเอาไว้ นับตั้งแต่ก้าวเข้ามาแทนที่ สตีฟ จ็อบส์ ผู้ร่วมก่อตั้งผู้ล่วงลับเมื่อปี 2011

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 ความคาดหวังที่มีต่อ ทิม คุก นั้นสูงลิ่ว เนื่องจากเขาต้องเข้ามารับช่วงต่อจากบริษัทที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นสุดขีดจากการผลักดันของ สตีฟ จ็อบส์ ทั้งการปลุกชีพ Mac การเปิดตัว iPod และการเข็น iPhone ออกสู่ตลาด ถึงแม้การดำรงตำแหน่งตลอด 15 ปีที่ผ่านมาจะมีทั้งช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์และช่วงเวลาที่ท้าทาย แต่ ทิม คุก ก็สามารถพิสูจน์ตัวเองด้วยการนำพา Apple กลายเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่มีผลกำไรมากที่สุดในโลก

หนึ่งในความท้าทายแรกที่ทิม คุก ต้องเผชิญคือการพึ่งพารายได้จาก iPhone ที่ทำเงินสูงถึงครึ่งหนึ่งของบริษัททั้งหมด เขาจึงหันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มธุรกิจบริการ (Services) ที่เริ่มต้นด้วยการเปิดตัว App Store ในปี 2008 และภายใต้การนำของคุก ธุรกิจนี้ได้เติบโตจนกลายเป็นแหล่งรายได้มหาศาลเป็นอันดับรองลงมาแค่ iPhone เท่านั้น แม้ว่า สตีฟ จ็อบส์ จะเป็นผู้ประกาศเปิดตัว iCloud ในเดือนมิถุนายน 2011 แต่ทิม คุก คือผู้ที่ดูแลการเปิดตัวอย่างเป็นทางการหลังจากรับตำแหน่งได้เพียงไม่กี่เดือน

การเปลี่ยนผ่านผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเทคโนโลยีมูลค่ามหาศาลอย่าง Apple ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่นักลงทุนและอุตสาหกรรมทั่วโลกจับตา การที่ทิม คุก สามารถประคับประคองบริษัทให้เติบโตอย่างต่อเนื่องผ่านการขยายบริการและการพัฒนาฮาร์ดแวร์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเอง แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ไม่ได้พึ่งพาแค่ผลิตภัณฑ์เรือธงเพียงอย่างเดียว ซึ่งกลยุทธ์นี้ทำให้ Apple มีความยืดหยุ่นสูงท่ามกลางความผันผวนของตลาดเทคโนโลยีโลก

การเติบโตของธุรกิจบริการยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยทิม คุก ได้นำทัพเปิดตัว Apple Pay ในปี 2014 ตามด้วย Apple Music ในปี 2015 และในปี 2019 Apple ได้เปิดตัวบริการชุดใหญ่พร้อมกัน ได้แก่ Apple TV, Apple Arcade, Apple News Plus, บัตรเครดิตของบริษัท รวมถึงบริการสมัครสมาชิกออกกำลังกาย Apple Fitness Plus และแพ็กเกจมัดรวม Apple One ในปีที่ผ่านมา Apple รายงานตัวเลขรายได้จากการรวมบริการทั้งหมดเข้าด้วยกันสูงถึง 100,000 ล้านดอลลาร์

15 ปีวาระการดำรงตำแหน่ง CEO
$100Bรายได้จากกลุ่มธุรกิจบริการในปีล่าสุด

Apple executive presentation stage daytime

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

นอกจากธุรกิจบริการแล้ว ผลงานชิ้นโบว์แดงอีกอย่างหนึ่งของทิม คุก คือการนำพา Mac ก้าวข้ามผ่านการใช้ชิป Intel ไปสู่การใช้ชิประบบประมวลผลที่ Apple ออกแบบเอง ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่เดิมพันสูงมาก เนื่องจากในอดีตฝั่ง Windows เคยประสบปัญหาความล่าช้าและความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์เมื่อพยายามเปลี่ยนผ่านไปใช้ชิปสถาปัตยกรรม Arm แต่ Apple กลับทำได้อย่างยอดเยี่ยมหลังจากเปิดตัวชิป M1 ในปี 2020

ชิป M-series เหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ Apple มีความได้เปรียบด้านประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยปลดแอกบริษัทออกจากวัฏจักรการพัฒนาที่ติดขัดของ Intel โดยบริษัทได้ออกชิปตระกูล M มาแล้วถึง 6 รุ่น ซึ่งรุ่นล่าสุดคือ M6 ที่สร้างขึ้นบนกระบวนการผลิตระดับ 2 นาโนเมตรที่ประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น และ Apple ได้เสร็จสิ้นกระบวนการเปลี่ยนผ่านจากการใช้ชิป Intel อย่างเป็นทางการในปี 2023 พร้อมทั้งเปิดตัวโมเด็ม 5G ตัวแรกใน iPhone 16E ภายใต้การบริหารของเขาเช่นกัน

นอกเหนือจาก Mac และ iPhone แล้ว คุกยังเป็นผู้นำในการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ออกไปสู่อุปกรณ์สวมใส่ โดยเขาได้เปิดตัว Apple Watch ในปี 2015 ซึ่งพัฒนาจากอุปกรณ์เสริมของ iPhone มาสู่อุปกรณ์ติดตามสุขภาพขั้นสูงที่มีความสามารถในการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) แจ้งเตือนจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ และตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ นอกจากนี้ Apple ยังกลายเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีรายแรก ๆ ที่ส่งหูฟังไร้สาย AirPods ออกสู่ตลาดในปี 2016

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้