ข้ามไปเนื้อหาหลัก

นักเคลื่อนไหวถูกตั้งข้อหาอาญา หลังให้รหัสฉุกเฉินลบข้อมูลในมือถือแก่เจ้าหน้าที่

กระทรวงรัฐบาลระบุว่าการทำลายข้อมูลส่วนตัวระหว่างการสอบสวนที่สนามบินถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
28 Jul 2026ที่มา: Ars Technica1 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 04 Aug 2026
แชร์
นักเคลื่อนไหวถูกตั้งข้อหาอาญา หลังให้รหัสฉุกเฉินลบข้อมูลในมือถือแก่เจ้าหน้าที่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นักเคลื่อนไหวถูกตั้งข้อหาอาญาหลังให้รหัสลบข้อมูลมือถือ
  • เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่สนามบิน
  • รัฐบาลชี้ว่าการทำลายข้อมูลตัวเองถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

เกิดเหตุการณ์คดีความที่น่าจับตาเมื่อนักเคลื่อนไหวรายหนึ่งถูกตั้งข้อหาหนักระดับอาญา (felony) หลังจากที่เขาตัดสินใจมอบรหัสผ่านสำหรับสถานการณ์ถูกบังคับ หรือที่เรียกว่า duress code ให้กับเจ้าหน้าที่ควบคุมชายแดนที่กำลังทำการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของเขาในสนามบิน

รหัสฉุกเฉินดังกล่าวเมื่อถูกป้อนเข้าไปในระบบ จะทำหน้าที่ในการลบข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในเครื่องโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นในทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญตกไปอยู่ในมือของผู้อื่น ทว่าการกระทำดังกล่าวกลับกลายเป็นประเด็นทางกฎหมายที่รุนแรงขึ้นมาทันทีเมื่อภาครัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง

mobile phone security code lock

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

รหัสป้องกันการถูกบังคับหรือ Duress Code เป็นฟีเจอร์ความปลอดภัยที่มีประโยชน์ในการปกป้องความเป็นส่วนตัว แต่อุปกรณ์และกฎหมายในแต่ละประเทศก็มีมุมมองต่อการกระทำลักษณะนี้แตกต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายควบคุมชายแดน ซึ่งมักจะถือว่าการขัดขวางการตรวจสอบหรือการทำลายหลักฐานในระหว่างการสอบสวนเป็นความผิดทางอาญาที่ร้ายแรง

ในมุมมองของหน่วยงานรัฐ การกระทำในลักษณะนี้เทียบเท่ากับการทำลายหลักฐานหรือขัดขวางกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการเข้าออกประเทศ ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด

ที่มา: Ars Technica

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้