ThailandPostMart ครบ 8 ปี ส่องอนาคตอีคอมเมิร์ซไปรษณีย์ไทย
เจาะลึกเบื้องหลัง ThailandPostMart แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ของไปรษณีย์ไทยที่เดินทางเข้าสู่ปีที่ 8 ท่ามกลางสมรภูมิอีคอมเมิร์ซที่ต่างชาติครองตลาด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ThailandPostMart ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2561 มีเป้าหมายช่วยผู้ค้า OTOP และสินค้าชุมชน
- ปัจจุบันมีร้านค้าบนแพลตฟอร์มราว 800 ร้าน และสินค้าประมาณ 5,000 รายการ
- ยอดขายสะสมปัจจุบันอยู่ที่ราว 700 ล้านบาท ขับเคลื่อนโดยโครงการรัฐเป็นหลัก
- ไปรษณีย์ไทยมีจุดให้บริการกว่า 50,000 จุดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่คู่แข่งต่างชาติยังเทียบไม่ได้
เบื้องหลังความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ของคนไทย คือเครือข่ายโลจิสติกส์อย่าง SPX Express ที่ Shopee ทุ่มทุนสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 2561 เพื่อปูพรมให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ แต่ถ้ายวัดกันในแง่ของเครือข่ายการเข้าถึงพื้นที่ ผู้เล่นต่างชาติต่าง ๆ เหล่านี้ยังคงต้องวิ่งตามหลังยักษ์ใหญ่ในบ้านเราอย่างไปรษณีย์ไทยอยู่หลายก้าว
ไปรษณีย์ไทยถือเป็นองค์กรที่มีจุดให้บริการรวมกันมากกว่า 50,000 จุด ครอบคลุมถึง 29 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ทั้งที่ทำการเดิมและจุด EMS Point ตามห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ สิ่งนี้คือสินทรัพย์ที่ต่อให้ยักษ์ใหญ่ออีคอมเมิร์ซทุ่มเงินมหาศาล ก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะไล่ตามทัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทว่าในโลกดิจิทัล ThailandPostMart ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม E-Marketplace ของไปรษณีย์ไทยที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2561 กลับทำตัวเลขยอดขายสะสมอยู่ที่ราว 700 ล้านบาท โดยย้อนกลับไปในช่วงทดลองระบบปี 2560 แพลตฟอร์มเคยทำตัวเลขไว้ได้ถึง 500 ล้านบาท เมื่อมองภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซไทยที่ทะลุ 1 ล้านล้านบาทไปแล้วในปี 2568 และกำลังมุ่งสู่ 1.1-1.2 ล้านล้านบาท จึงเกิดคำถามว่าทำไมแพลตฟอร์มที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างจึงเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป
จุดเริ่มต้นของ ThailandPostMart เกิดจากความตั้งใจช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้า OTOP สินค้าเกษตร และสินค้าชุมชนให้มีช่องทางขายออนไลน์ 24 ชั่วโมง ส่งถึงมือผู้ซื้อใน 1-2 วัน รวมถึงส่งออกไปต่างประเทศ เช่น สหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น ตอนเปิดตัวผู้บริหารตั้งเป้าดึงร้านค้าชุมชน 5,000 จุด และสินค้า 12,000 รายการ แต่ปัจจุบันมีร้านค้าเพียงราว 800 ร้าน และสินค้าประมาณ 5,000 รายการเท่านั้น
ในด้านผู้ขาย แพลตฟอร์มเน้นความเปิดกว้าง สมัครฟรีและเปิดร้านผ่านแอปได้ใน 3 ขั้นตอน เดือนสิงหาคม 2564 เคยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 6,500 ราย และสินค้ามากกว่า 17,000 รายการ เมื่อเทียบกับปี 2569 ที่เหลือร้านค้า 800 ร้านและสินค้า 5,000 รายการ เท่ากับในรอบ 5 ปี จำนวนผู้ประกอบการลดลงไปกว่า 87% และสินค้าลดลงกว่า 70% สะท้อนถึงความท้าทายในการรักษาฐานร้านค้า
การที่จำนวนผู้ขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญอาจสะท้อนถึงการปรับตัวของแพลตฟอร์มที่ต้องการคัดกรองร้านค้าคุณภาพ หรืออาจเป็นสัญญาณว่าพ่อค้าแม่ค้าบางส่วนไม่สามารถแข่งขันในระยะยาวได้ การที่แพลตฟอร์มภาครัฐจะอยู่รอดในตลาดที่มีผู้เล่นต่างชาติหนุนหลังด้วยเม็ดเงินมหาศาล จำเป็นต้องอาศัยกลยุทธ์ที่มากกว่าแค่การเปิดให้ใช้งานฟรี แต่ต้องสร้างระบบนิเวศที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสร้างยอดขายได้จริงอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังคงเดินหน้าสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนกรกฎาคม 2569 ผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ได้เข้าประชุมติดตามการยกระดับแพลตฟอร์มกับไปรษณีย์ไทยโดยตรง นอกจากนี้ ยอดขาย 700 ล้านบาทส่วนใหญ่ยังขับเคลื่อนผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย" ที่กระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับ ThailandPostMart และ Nex Gen Commerce ยกเว้นค่า GP ลดค่าส่งเหลือ 20 บาท และแจกโค้ดส่วนลดรวม 500,000 ใบ มูลค่า 50 ล้านบาท ส่งผลให้ทราฟฟิกพุ่งขึ้นกว่า 10 เท่าในเดือนมิถุนายน 2569
ในมิติของการแข่งขัน ข้อมูลจากปี 2568 ระบุว่าแพลตฟอร์มต่างชาติ 3 เจ้าใหญ่อย่าง Shopee, TikTok Shop และ Lazada ครองส่วนแบ่งตลาดอีคอมเมิร์ซในอาเซียนรวมกันสูงถึง 98.8% ของ GMV ขณะที่ SME ไทยยังเผชิญปัญหาต้นทุนสินค้าราคาถูกจากจีนและค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มต่างชาติที่สูงถึง 22-40% ส่งผลให้กำไรสุทธิเฉลี่ยของผู้ขายหลังหักค่าธรรมเนียมเหลือเพียง 2.3% เท่านั้นจากการสำรวจ SME กว่า 500 รายในไตรมาส 1-2 ปี 2569
"สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทยนัดคุยกับ ThailandPostMart, Thaimart, Pantip Mall และ ShopChill เพื่อหารือความร่วมมือ พร้อมเสนอตั้งคณะทำงาน"
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้บุกเบิกวงการอีคอมเมิร์ซไทย
แรงกดดันเหล่านี้ทำให้ผู้ประกอบการไทยเริ่มรวมตัวกันอย่างเป็นทางการ โดยมีกระแสจากการเคลื่อนไหวของ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้บุกเบิกวงการอีคอมเมิร์ซไทย ที่ระบุว่าสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทยได้นัดหารือร่วมกับ ThailandPostMart, Thaimart, Pantip Mall และ ShopChill เพื่อหาแนวทางร่วมมือและผลักดันอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยให้สู้ศึกในตลาดได้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น