ประเสริฐ ย้ำเด็กในไทยทุกชาติ ต้องได้สิทธิ์เข้าเรียน
นายประเสริฐ จันทรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เผยเตรียมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันที่ 1 ก.ย. 2569 แก้ปัญหาสพป.ตาก สั่งห้ามรับเด็กค่ายลี้ภัยเรียน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายประเสริฐย้ำเด็กทุกคนในไทยต้องได้สิทธิ์เข้าเรียน
- สพป.ตาก เขต 2 ออกประกาศห้ามรับเด็กค่ายลี้ภัยเรียน
- ศธ. เตรียมหารือ มธ. จุฬาฯ และ Save the Children
- เตรียมพิจารณาแก้ระเบียบที่เป็นอุปสรรคกับ มท.
วันที่ 1 กันยายน 2569 นายประเสริฐ จันทรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 หรือ สพป.ตาก เขต 2 ได้ออกประกาศกดดันโรงเรียนในสังกัดไม่ให้รับเด็กจากค่ายผู้ลี้ภัยออกมาศึกษาต่อในโรงเรียนไทย จนส่งผลให้เด็กกลุ่มดังกล่าวต้องพ้นสภาพการเรียนกลางคัน
นายประเสริฐระบุชัดเจนว่า ทางกระทรวงยึดถือปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งกำหนดไว้ว่าเด็กทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีสัญชาติใดก็ตาม จะต้องได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน
"เราปฏิบัติตามอนุสัญญา ว่าเด็กทุกคนที่อยู่ในไทย ไม่ว่าจะเป็นชาติไหน ต้องได้สิทธิ์ในการเข้าเรียน"
นายประเสริฐ จันทรวงทอง
รมว.ศึกษาธิการ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า สำหรับเด็กกลุ่มที่อาศัยอยู่ในค่ายอพยพนั้น ตามระเบียบและกฎหมายเดิมจะต้องจัดการเรียนการสอนภายในพื้นที่ค่าย แต่ที่ผ่านมาเคยมีการอนุโลมด้วยเหตุผลความจำเป็นบางประการให้เด็กสามารถออกมาเรียนยังสถานศึกษาภายนอกค่ายได้ เมื่อเกิดประเด็นนี้ขึ้น ทางกระทรวงจึงได้กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาไว้ 2 แนวทางหลัก คือการจัดการศึกษาภายในค่ายให้ถูกต้องตามระเบียบ
ประเด็นเรื่องสิทธิ์การศึกษาของเด็กไร้สัญชาติและเด็กในค่ายผู้ลี้ภัยถือเป็นความท้าทายเชิงนโยบายที่ยาวนานของประเทศไทย โดยต้องสร้างความสมดุลระหว่างกฎระเบียบด้านทะเบียนราษฎร์ของกระทรวงมหาดไทยกับพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน การดึงสถาบันการศึกษาและองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาร่วมโต๊ะเจรจาในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามหาทางออกร่วมกันในเชิงระบบ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในขั้นตอนต่อไป นายประเสริฐเตรียมเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงองค์กรอิสระระหว่างประเทศที่ทำงานด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กทั่วโลกอย่าง Save the Children เพื่อมาร่วมกันหารือหาแนวทางออกที่เหมาะสมร่วมกัน
การประชุมดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่การจัดระบบระเบียบ เนื่องจากในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดเรื่องระเบียบข้อบังคับ ทางกระทรวงจึงจะพิจารณาว่าสามารถแก้ไขระเบียบที่เป็นอุปสรรคเหล่านี้ได้หรือไม่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวอาจมีความเกี่ยวข้องกับการประสานงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้ยังขาดหลักฐานทางทะเบียนราษฎร์และบัตรประจำตัวประชาชน
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น