เชลซีเปิดฉากเจรจาดึงตัว แดนนี่ เวลเบ็ค กองหน้าไบรท์ตันเสริมทัพ
สิงห์บลูส์เล็งคว้าตัวกองหน้าวัย 35 ปีมาร่วมทีม หลังเจ้าตัวทำผลงานโดดเด่นกับไบรท์ตันและมีความสนใจย้ายสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เชลซีเปิดฉากเจรจาดึงตัว แดนนี่ เวลเบ็ค กองหน้าวัย 35 ปีจากไบรท์ตัน
- ดีลนี้เกิดขึ้นตามนโยบายปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อเพิ่มผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก
- เวลเบ็คทำผลงานยิง 13 ประตูในลีกจากการลงเล่น 37 นัดให้กับไบรท์ตันเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา
- การย้ายทีมอาจส่งผลกระทบต่ออนาคตของกองหน้ารายอื่นในทีมเชลซี เช่น นิโคลัส แจ็คสัน และ เลียม ดลัป
เชลซีสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อคว้าตัว แดนนี่ เวลเบ็ค กองหน้าตัวเก๋าวัย 35 ปีจากสโมสรไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน เข้ามาเสริมความเฉียบคมในแนวรุก โดยรายงานระบุว่าตัวนักเตะมีความกระตือรือร้นที่จะย้ายมาค้าแข้งที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ และฝั่งของเชลซีเองก็มีความเชื่อมั่นและมองโลกในแง่ดีว่าการเจรจาซื้อขายครั้งนี้จะสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ในท้ายที่สุด
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากทีมสิงห์บลูส์มีความต้องการเพิ่มผู้เล่นที่มีประสบการณ์เข้ามาสู่ทีม หลังจากที่ เบห์ดัด เอฆบาลี เจ้าของร่วมคนสำคัญของสโมสรเคยออกมายอมรับตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า รูปแบบการทำทีมที่เน้นคว้าแต่นักเตะอายุน้อยจำเป็นต้องได้รับการปรับจูนแก้ไข และเวลเบ็คก็ถูกมองว่าน่าจะเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปนี้ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากผลงานในฤดูกาลก่อนหน้าที่เขาซัดไปถึง 13 ประตูในลีกจากการลงสนาม 37 นัดให้กับไบรท์ตัน ซึ่งถือเป็นสถิติการทำประตูสูงสุดในอาชีพของเจ้าตัว และทำให้ยอดรวมประตูของเขานับตั้งแต่ย้ายมาจากวัตฟอร์ดในปี 2020 พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 51 ประตูจากการลงเล่น 201 นัด ทั้งนี้ เวลเบ็คเพิ่งจะต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไปอีก 12 เดือนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้สัญญาฉบับปัจจุบันของเขายาวไปจนถึงช่วงสิ้นสุดฤดูกาล 2026-27
แผนการดึงตัวเวลเบ็คเข้ามาสู่ทีมถือเป็นสัญญาณอีกหนึ่งอย่างที่สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ของเชลซี โดยก่อนหน้านี้พวกเขาเคยพยายามยื่นซื้อ กรานิต ชาก้า กองกลางวัย 33 ปีจากซันเดอร์แลนด์มาแล้ว แต่ทางฝั่งแมวดำปฏิเสธที่จะขายกัปตันทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์รายนี้ นอกจากนี้ เชลซีก็ยังเดินหน้าคว้าผู้เล่นที่มีความพร้อมสำหรับพรีเมียร์ลีกเข้ามาเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง เช่น มอร์แกน โรเจอร์ส ตัวรุกวัย 23 ปี และการปิดดีลคว้าตัว 막็องส์ ลากรูว์ (Maxence Lacroix) เซ็นเตอร์แบ็กวัย 26 ปีจากคริสตัล พาเลซ ด้วยค่าตัว 52 ล้านปอนด์ แม้ว่าการดึงโรเจอร์สจะยังคงสอดคล้องกับนโยบายเดิมในการคว้าผู้เล่นอายุน้อย แต่ตัวนักเตะก็พกพาประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกมาด้วยเช่นกัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม การย้ายเข้ามาของเวลเบ็คอาจทำให้เชลซีมีตัวเลือกในแนวรุกมากจนล้นทีม แม้ว่าในฤดูกาลนี้พวกเขาจะไม่ได้ลงแข่งขันในรายการฟุตบอลยุโรปเลยก็ตาม ด้วยวัยและสถานการณ์ของเขา เวลเบ็คอาจจะยอมรับบทบาทในการเป็นตัวสำรองเพื่อคอยสแตนด์บายสนับสนุน ชูเอา เปโดร ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในแดนหน้าของสโมสร แต่ในทางกลับกัน ข่าวการดึงตัวครั้งนี้กลับไม่ใช่ข่าวดีสำหรับกองหน้ารายอื่นๆ ในทีม ไม่ว่าจะเป็น นิโคลัส แจ็คสัน ที่เปิดกว้างสำหรับการย้ายทีมท่าความสนใจจากแอสตัน วิลลา, เลียม ดลัป ที่เพิ่งย้ายมาจากอิปสวิชด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์เมื่อปีที่แล้วและหวังจะพิสูจน์ตัวเองภายใต้ผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง ชาบี อลองโซ่ รวมถึง เอ็มมานูเอล เอเมก้า กองหน้าชาวดัตช์ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมจากสตุทการ์ตหรือสตราส์บูร์กในเครือเดียวกัน ก็มีความไม่แน่นอนเรื่องอนาคตเช่นกัน
การที่เชลซีหันมาให้ความสนใจผู้เล่นวัยเก๋าอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค และ กรานิต ชาก้า สะท้อนให้เห็นว่าสโมสรเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของความเป็นผู้นำและประสบการณ์ในห้องแต่งตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดหายไปหลังจากความล้มเหลวในการจบอันดับที่ 10 ของตารางพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลก่อน แม้ว่าโมเดลการสร้างทีมด้วยดาวรุ่งพุ่งแรงจะเป็นนโยบายหลัก แต่การผสมผสานผู้เล่นที่มีวุฒิภาวะสูงเข้ามาประคับประคองทีมถือเป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นในการสร้างความสมดุลและความสม่ำเสมอในระยะยาวภายใต้การคุมทีมของ ชาบี อลองโซ่
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น