กองทัพสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านซ้ำ เสียชีวิต 4 รายในงานแต่ง
กองกำลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย รวมถึงเด็กเล็ก ในงานฉลองมงคลสมรสเมืองสิริก หลังข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดลง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กองทัพสหรัฐฯ กลับมาเปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
- เหตุโจมตีเมืองสิริกภาคใต้ของอิหร่านทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย รวมเด็กเล็ก และบาดเจ็บกว่า 50 คน
- อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงมิสไซล์และโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน
- ความขัดแย้งปะทุขึ้นอีกครั้งหลังบันทึกความเข้าใจขยายเวลาหยุดยิงหมดอายุลง
กองกำลังสหรัฐฯ ได้กลับมาปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านอีกครั้งในวันอังคาร ตามการเปิดเผยในแถลงการณ์จากกองกำลังกลางสหรัฐฯ หรือ Centcom โดยการโจมตีระลอกล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากการปะทะและการโจมตีระลอกแรกเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งกองกำลังสหรัฐฯ เคยเข้าโจมตีแท่นยิงจรวดสองแห่งบนเกาะลารักในช่องแคบฮอร์มุซ และเตหะรานได้ตอบโต้ด้วยการยิงมิสไซล์ใส่ฐานทัพอากาศในจอร์แดนรวมถึงส่งโดรนโจมตีสหรัฐอาหรับ emirates
สภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านรายงานว่า เหตุโจมตีด้วยมิสไซล์ของสหรัฐฯ ส่งผลให้เศษซากกระเด็นไปถูกบ้านหลังหนึ่งในเมืองสิริก ทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งกำลังมีการจัดงานฉลองมงคลสมรส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กเล็กอายุ 4 ขวบ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 50 คน ขณะที่สื่อของรัฐบาลอิหร่านระบุว่า แรงระเบิดและสะเก็ดระเบิดยังสร้างความเสียหายในพื้นที่ชาบะฮาร์ โคนารัค สนามบินในจีรอฟต์ รวมถึงมีการได้ยินเสียงระเบิดบนเกาะเกชมและบันดาร์อับบาส
ทางด้านกัปตันทีมนาวิกโยธินสหรัฐฯ ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกของ Centcom ได้กล่าวชี้แจงกับสำนักข่าว BBC ว่า ทางกองทัพสหรัฐฯ รับทราบรายงานจากสื่อของรัฐบาลอิหร่านเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เมืองสิริกแล้ว พร้อมกับเน้นย้ำว่ากองทัพสหรัฐฯ ไม่เคยมีนโยบายมุ่งเป้าโจมตีพลเรือน ซึ่งต่างจากพฤติกรรมของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"กองทัพสหรัฐฯ ไม่เคยกำหนดเป้าหมายโจมตีพลเรือน ต่างจาก IRGC"
กัปตันทีมนาวิกโยธินสหรัฐฯ ทิม ฮอว์กินส์
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ทาง IRGC ออกมาประกาศว่าสหรัฐฯ จะต้องเสียใจกับการกระทำดังกล่าว และสำนักข่าวของอิหร่านรายงานว่าปฏิบัติการตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนพุ่งเป้าไปยังฐานทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยมีการยิงขีปนาวุธวิถีโค้งชุดใหญ่ใส่ฐานทัพนาวิกโยธินสหรัฐฯ ในเมืองอะกาบา ประเทศจอร์แดน
การกลับมาปะทะกันระลอกล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในการขยายเวลาหยุดยิงที่ลงนามกันไว้เมื่อเดือนมิถุนายนได้หมดอายุลง ประกอบกับการที่ทั้งสองฝ่ายต่างดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการปิดล้อมทางทะเล ซึ่งทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซกลับมาตึงเครียดและมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการเดินเรือและการบินพลเรือนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเตือนผ่านประกาศเมื่อบ่ายวันอังคารว่า อิหร่านจะเผชิญกับการตอบโต้ที่รุนแรงและหนักหน่วงยิ่งขึ้นในระดับที่สูงกว่าเดิม หากยังคงดำเนินการโจมตีตอบโต้กลับมาอีก ทางด้านประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน ระบุผ่านสื่อรัฐบาลว่า หากสหรัฐฯ ยืนยันที่จะกลับมารักษากรอบข้อตกลงเดิม ทางอิหร่านก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามเช่นเดียวกัน
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น