ข้ามไปเนื้อหาหลัก

กองทัพสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านซ้ำ เสียชีวิต 4 รายในงานแต่ง

กองกำลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย รวมถึงเด็กเล็ก ในงานฉลองมงคลสมรสเมืองสิริก หลังข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดลง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
02 Sep 2026ที่มา: BBC World3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
กองทัพสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านซ้ำ เสียชีวิต 4 รายในงานแต่ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • กองทัพสหรัฐฯ กลับมาเปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
  • เหตุโจมตีเมืองสิริกภาคใต้ของอิหร่านทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย รวมเด็กเล็ก และบาดเจ็บกว่า 50 คน
  • อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงมิสไซล์และโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน
  • ความขัดแย้งปะทุขึ้นอีกครั้งหลังบันทึกความเข้าใจขยายเวลาหยุดยิงหมดอายุลง

กองกำลังสหรัฐฯ ได้กลับมาปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านอีกครั้งในวันอังคาร ตามการเปิดเผยในแถลงการณ์จากกองกำลังกลางสหรัฐฯ หรือ Centcom โดยการโจมตีระลอกล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากการปะทะและการโจมตีระลอกแรกเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งกองกำลังสหรัฐฯ เคยเข้าโจมตีแท่นยิงจรวดสองแห่งบนเกาะลารักในช่องแคบฮอร์มุซ และเตหะรานได้ตอบโต้ด้วยการยิงมิสไซล์ใส่ฐานทัพอากาศในจอร์แดนรวมถึงส่งโดรนโจมตีสหรัฐอาหรับ emirates

สภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านรายงานว่า เหตุโจมตีด้วยมิสไซล์ของสหรัฐฯ ส่งผลให้เศษซากกระเด็นไปถูกบ้านหลังหนึ่งในเมืองสิริก ทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งกำลังมีการจัดงานฉลองมงคลสมรส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กเล็กอายุ 4 ขวบ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 50 คน ขณะที่สื่อของรัฐบาลอิหร่านระบุว่า แรงระเบิดและสะเก็ดระเบิดยังสร้างความเสียหายในพื้นที่ชาบะฮาร์ โคนารัค สนามบินในจีรอฟต์ รวมถึงมีการได้ยินเสียงระเบิดบนเกาะเกชมและบันดาร์อับบาส

4ผู้เสียชีวิตในงานแต่งที่เมืองสิริก
50+ผู้ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิด

ทางด้านกัปตันทีมนาวิกโยธินสหรัฐฯ ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกของ Centcom ได้กล่าวชี้แจงกับสำนักข่าว BBC ว่า ทางกองทัพสหรัฐฯ รับทราบรายงานจากสื่อของรัฐบาลอิหร่านเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เมืองสิริกแล้ว พร้อมกับเน้นย้ำว่ากองทัพสหรัฐฯ ไม่เคยมีนโยบายมุ่งเป้าโจมตีพลเรือน ซึ่งต่างจากพฤติกรรมของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC

Middle East geopolitical conflict map region

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"กองทัพสหรัฐฯ ไม่เคยกำหนดเป้าหมายโจมตีพลเรือน ต่างจาก IRGC"

กัปตันทีมนาวิกโยธินสหรัฐฯ ทิม ฮอว์กินส์

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ทาง IRGC ออกมาประกาศว่าสหรัฐฯ จะต้องเสียใจกับการกระทำดังกล่าว และสำนักข่าวของอิหร่านรายงานว่าปฏิบัติการตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนพุ่งเป้าไปยังฐานทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยมีการยิงขีปนาวุธวิถีโค้งชุดใหญ่ใส่ฐานทัพนาวิกโยธินสหรัฐฯ ในเมืองอะกาบา ประเทศจอร์แดน

การกลับมาปะทะกันระลอกล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในการขยายเวลาหยุดยิงที่ลงนามกันไว้เมื่อเดือนมิถุนายนได้หมดอายุลง ประกอบกับการที่ทั้งสองฝ่ายต่างดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการปิดล้อมทางทะเล ซึ่งทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซกลับมาตึงเครียดและมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการเดินเรือและการบินพลเรือนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเตือนผ่านประกาศเมื่อบ่ายวันอังคารว่า อิหร่านจะเผชิญกับการตอบโต้ที่รุนแรงและหนักหน่วงยิ่งขึ้นในระดับที่สูงกว่าเดิม หากยังคงดำเนินการโจมตีตอบโต้กลับมาอีก ทางด้านประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน ระบุผ่านสื่อรัฐบาลว่า หากสหรัฐฯ ยืนยันที่จะกลับมารักษากรอบข้อตกลงเดิม ทางอิหร่านก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามเช่นเดียวกัน

ที่มา: BBC World

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้