ภาวุธ ชี้ AI Passport ภาษาเพี้ยน จี้รัฐบาลดึงผู้เชี่ยวชาญ
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน เผยวันที่ 2 ก.ย. 2569 ณ รัฐสภา ปัญหา TH-AI Passport ภาษาเพี้ยนเกิดจากการเลือกใช้โมเดลราคาถูก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ชี้ปัญหา TH-AI Passport ภาษาเพี้ยนเกิดจากการใช้โมเดลราคาถูก
- แนะรัฐบาลเลือกโมเดลภาษาที่เหมาะสมและดึงผู้เชี่ยวชาญภายนอกร่วมตรวจรับ
- เผยภูมิใจอภิปรายช่วยประหยัดงบโครงการ 1.6 พันล้านบาทให้จ่ายตามจริง
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับโครงการระบบ AI Passport ของภาครัฐ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากประชาชนและสังคมในวงกว้าง โดยเฉพาะปัญหาตัวหนังสือหรือข้อความภาษาไทยที่แสดงผลออกมามีความผิดเพี้ยนจนดูคล้ายกับภาษามนุษย์ต่างดาว
ในมุมมองเชิงเทคนิค นายภาวุธได้อธิบายว่าสาเหตุหลักมาจากกระบวนการสร้างภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์ที่มีเครื่องมือและโมเดลพื้นฐานหลายระดับ โดยโมเดลที่ถูกนำมาใช้เป็นตัวตั้งต้นหลักนั้นไม่ได้ถูกพัฒนามาให้มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาไทยเป็นพิเศษ ประกอบกับการเลือกใช้โมเดลที่มีต้นทุนต่ำเพื่อประหยัดงบประมาณ ทำให้ประสิทธิภาพในการประมวลผลตัวอักษรภาษาไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับโมเดลที่มีราคาสูงกว่า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สส.พรรคประชาชนรายนี้ยังได้เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนว่า หากมีการเลือกใช้โมเดลที่มีศักยภาพสูงในการรองรับภาษาไทย เช่น Nano Banana จาก Google หรือระบบของ ChatGPT ผลลัพธ์ที่ได้จากการป้อนคำสั่งเดียวกันจะมีความถูกต้องและคมชัดกว่ามาก แต่น่าจะเป็นเพราะความพยายามของภาครัฐในการบริหารจัดการต้นทุนและลดค่าใช้จ่าย จึงทำให้มีการนำโมเดลราคาประหยัดมาเป็นตัวเลือกแรกในการใช้งาน เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ทรัพยากรและงบประมาณที่สูงเกินความจำเป็น
"เป็นการเอาของถูกมาให้เลือกใช้ เป็นตัวเลือกแรก เพราะถ้าเอาของดีมาให้ใช้เป็นตัวเลือกแรก ก็จะกินทรัพยากรกินค่าใช้จ่ายเยอะ"
นอกจากนี้ นายภาวุธยังได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมไปยังรัฐบาล โดยเรียกร้องให้มีการดึงตัวผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบและรับมอบงาน รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินโครงการให้มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าเม็ดเงินภาษีของประชาชนถูกนำไปใช้ในแนวทางที่คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ
ในมุมมองด้านเทคโนโลยี การพัฒนา Generative AI ที่รองรับภาษาที่มีอักขระซับซ้อนอย่างภาษาไทยจำเป็นต้องอาศัยโมเดลขนาดใหญ่ (LLM) หรือโมเดลรูปภาพที่ผ่านการฝึกฝน (Fine-tuning) ด้วยชุดข้อมูลภาษาไทยจำนวนมาก การเลือกใช้โมเดลทั่วไปที่เน้นประหยัดต้นทุนจึงมักประสบปัญหาการสร้างอักขระเพี้ยน (Tokenization & Text Rendering Error) ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการนำ AI มาใช้ในงานบริการภาครัฐที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง
ช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ นายภาวุธยังได้แสดงความภูมิใจต่อผลงานการอภิปรายในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งสามารถช่วยผลักดันให้งบประมาณโครงการที่มีมูลค่าสูงถึง 1,600 ล้านบาท ถูกปรับลดลงเหลือเพียงการจ่ายจริงตามปริมาณการใช้งานจริง เพื่อป้องกันการรั่วไหลของงบประมาณแผ่นดิน
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น