อนุทินต้อนรับนายกฯ สิงคโปร์ ชูความร่วมมือ 4 เสาหลัก
อนุทินและนายกฯ สิงคโปร์ประกาศความร่วมมือ 4 เสาหลัก พร้อมจุลพันธ์ปัดถ.ปรับ ครม. และ พ.ต.อ.ทวีจี้ กกต. สอบปมผู้สมัคร ส.ว. พลีชีพ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อนุทินและนายกฯ สิงคโปร์หารือความร่วมมือ 4 เสาหลักสำคัญ
- จุลพันธ์ยันดินเนอร์พรรคร่วม 6 ก.ย. ไม่เกี่ยวกับการปรับ ครม.
- พ.ต.อ.ทวีจี้ กกต. ตรวจสอบปมผู้สมัคร ส.ว. พลีชีพและฮั้วคะแนน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ในโอกาสเดินทางเยือน พร้อมเปิดเผยถึงกรอบความร่วมมือทวิภาคีที่ครอบคลุมมิติต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยการหารือมุ่งเน้นไปที่การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในภูมิภาคและการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจที่สอดรับกับสถานการณ์โลกปัจจุบัน
ผู้นำทั้งสองประเทศได้ร่วมกันกำหนดแนวทางเดินหน้าความร่วมมือภายใต้ 4 เสาหลักสำคัญ ประกอบด้วย:
- สิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และความมั่นคงทางพลังงาน–อาหาร มุ่งเน้นพลังงานสะอาด คาร์บอนต่ำ และต่อยอดโครงการระบบไฟฟ้า สปป.ลาว–ไทย–มาเลเซีย–สิงคโปร์
- เศรษฐกิจ การลงทุน และดิจิทัล ส่งเสริมการลงทุนเซมิคอนดักเตอร์ ดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว โลจิสติกส์ พัฒนากำลังคนทักษะสูง AI และสนับสนุนไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD
- กลาโหมและความมั่นคง เสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศ
- การประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาค ไทยสนับสนุนบทบาทประธานอาเซียนของสิงคโปร์ในปีหน้า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในเวลาเดียวกัน ที่อาคารรัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเตรียมเปิดบ้านพักส่วนตัวนัดหมายแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลในวันที่ 6 กันยายนนี้เพื่อรับประทานอาหารร่วมกัน โดยยืนยันว่าการนัดหมายดังกล่าวไม่ใช่การประชุมเพื่อหารือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด
การนัดหมายรับประทานอาหารระหว่างนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลถือเป็นกลไกทางการเมืองแบบไม่เป็นทางการที่นิยมใช้เพื่อกระชับความสัมพันธ์ ลดช่องว่างในการสื่อสารระหว่างพรรคร่วม และเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีสะท้อนปัญหาการทำงานระดับปฏิบัติการได้โดยตรง ซึ่งช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพและลดความตึงเครียดภายในรัฐบาลผสม
นายจุลพันธ์ระบุเพิ่มเติมว่า บรรยากาศการพบปะจะเป็นไปอย่างผ่อนคลาย เปิดโอกาสให้รัฐมนตรีช่วยหรือตัวแทนจากพรรคร่วมได้มีโอกาสบอกเล่าปัญหาอุปสรรคในการทำงานและแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายต่อหน้านายกรัฐมนตรีโดยตรง พร้อมยืนยันว่าเสถียรภาพของรัฐบาลยังคงมั่นคงเนื่องจากมีการพูดคุยประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง
"เราเป็นรัฐบาลร่วมกัน รัฐบาลเดียวกันทำงานเพื่อประชาชน ส่วนเรื่องที่สื่อและสังคมเป็นห่วงเสถียรภาพภายในรัฐบาลนั้นยืนยันไม่มี เพราะพูดคุยกันตลอด"
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
ทางด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อกรณีข้อถกเถียงเรื่องคดีการเลือก ส.ว. โดยกล่าวถึงคำชี้แจงของสำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ระบุว่ามาตรา 96(4) เป็นบทเฉพาะกาลที่สิ้นผลและไม่ใช้กับการเลือก ส.ว. ปี 2567 ว่าประเด็นที่เรียกร้องไม่ใช่การนำเกณฑ์คะแนนศูนย์มาระบบสั่งเลือกใหม่โดยอัตโนมัติ แต่ กกต. ต้องตรวจสอบพฤติกรรมของผู้สมัคร
พ.ต.อ.ทวีเน้นย้ำว่า สิ่งที่ต้องตรวจสอบคือมีการจ้างบุคคลเข้ามาสมัครเพื่อส่งคะแนนให้ผู้สมัครที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าหรือไม่ พร้อมระบุความหมายของคำว่าผู้สมัครพลีชีพในบริบทนี้ว่าหมายถึงบุคคลที่ยอมสละโอกาสของตนเองเพื่อส่งคะแนนตามโพย ซึ่งหากเกิดจากการจ้างวานหรือควบคุมการลงคะแนน ย่อมขัดต่อเจตนารมณ์ของการเลือกกันเองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 อย่างชัดเจน
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น