ราชทัณฑ์แจงอาการ ฟ้าลิขิต ออดอาหาร-น้ำ: แพทย์ดูแลใกล้ชิด
กรมราชทัณฑ์เผยอาการ นายพรหมศร หรือฟ้าลิขิต วีระธรรมจารี ผู้ต้องขังคดี ม.112 ที่อดอาหารและน้ำเรียกร้องสิทธิประกันตัว ตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. 2569 ล่าสุดแพทย์ รพ.ธัญบุรี ตรวจพบสัญญาณชีพปกติแต่มีอ่อนเพลียเล็กน้อย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กรมราชทัณฑ์แจงกรณี ฟ้าลิขิต อดอาหารและน้ำตั้งแต่ 31 ส.ค. 2569 เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัว
- แพทย์โรงพยาบาลธัญบุรีเข้าตรวจอาการเมื่อ 2 ก.ย. 2569 ยืนยันสัญญาณชีพปกติแต่มีอ่อนเพลียเล็กน้อย
- ทีมแพทย์ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำและมีพยาบาลคอยเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา
- นักจิตวิทยาเข้าพูดคุยประเมินสภาพจิตใจ พร้อมส่งต่อโรงพยาบาลภายนอกทันทีหากมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
กรมราชทัณฑ์ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีความคืบหน้าอาการของ นายพรหมศร หรือฟ้าลิขิต วีระธรรมจารี ซึ่งเป็นผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 โดยถูกคุมตัวอยู่ที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี ในช่วงระหว่างกระบวนการพิจารณาคดี และได้แสดงเจตนาอดอาหารรวมถึงน้ำตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อเป็นการเรียกร้องสิทธิในการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
จากการรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ทางกรมราชทัณฑ์ได้รับทราบผลการตรวจรักษาจากแพทย์โรงพยาบาลธัญบุรี ที่ได้เดินทางเข้าประเมินอาการของผู้ต้องขังรายดังกล่าวอย่างละเอียด โดยยืนยันว่าสัญญาณชีพโดยรวมยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ตรวจพบอาการอ่อนเพลียเล็กน้อยอันเนื่องมาจากภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ
ทางเรือนจำอำเภอธัญบุรีได้ดำเนินการดูแลผู้ต้องขังตามเกณฑ์มาตรฐานการปฏิบัติงาน หรือ SOPs ตามหลักสากลอย่างเคร่งครัด โดยแพทย์ได้ให้การรักษาด้วยการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำหรือน้ำเกลือ พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่พยาบาลประจำเรือนจำและอาสาสมัครสาธารณสุขร่วมกันเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
"สัญญาณชีพทั่วไปของผู้ต้องขังยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย"
กรมราชทัณฑ์
นอกจากนี้ ในส่วนของการดูแลด้านสภาพจิตใจ ทางเรือนจำได้จัดส่งนักจิตวิทยาเข้าพบเพื่อพูดคุยและประเมินสภาพจิตใจอย่างละเอียด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในการส่งตัวเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลภายนอกทันทีหากปรากฏข้อบ่งชี้ทางการแพทย์หรือมีการเปลี่ยนแปลงของอาการ
การอดอาหารและน้ำในเรือนจำถือเป็นสถานการณ์ที่ต้องใช้มาตรการทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน เนื่องจากภาวะขาดน้ำและสารอาหารสามารถส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายในอย่างรวดเร็ว การที่เรือนจำประสานงานกับโรงพยาบาลภายนอกและมีนักจิตวิทยาเข้าประเมินสภาพจิตใจควบคู่กัน สะท้อนถึงแนวปฏิบัติสากลในการดูแลความปลอดภัยของผู้ต้องขังระหว่างรอการพิจารณาคดี
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น