ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Moto Watch Ultra เปิดตัว: สมาร์ทวอทช์ Wear OS รุ่นแรกจาก Motorola

Motorola เผยโฉม Moto Watch Ultra ในงาน IFA 2026 ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon W5 Plus Gen 1 และ Wear OS ราคา 349.99 ดอลลาร์ วางขาย 10 ก.ย. นี้

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
04 Sep 2026ที่มา: The Verge3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Moto Watch Ultra เปิดตัว: สมาร์ทวอทช์ Wear OS รุ่นแรกจาก Motorola

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Motorola เปิดตัว Moto Watch Ultra ชูจุดเด่นระบบ Wear OS และชิป Snapdragon W5 Plus Gen 1
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 50 ชั่วโมงเมื่อปิดหน้าจอ Always-on Display
  • ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 46 มม. น้ำหนัก 51 กรัม หนา 12 มม. พร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 1.5 นิ้ว
  • วางจำหน่ายในราคา 349.99 ดอลลาร์สหรัฐ เริ่มวางขาย 10 กันยายนนี้

หลังจากกลับมาทำตลาดนาฬิกาอัจฉริยะได้ไม่นาน ล่าสุด Motorola ได้ยกระดับสู่ตลาดกลุ่มพรีเมียมด้วยการเปิดตัว Moto Watch Ultra สมาร์ทวอทช์รุ่นเรือธงตัวแรกที่มาพร้อมการอัปเกรดครั้งสำคัญ โดยเฉพาะการเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์ม Wear OS ของ Google แทนระบบปฏิบัติการแบบเดิม พร้อมขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon W5 Plus Gen 1 ซึ่งช่วยให้เข้าถึงแอปพลิเคชันที่หลากหลาย เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน Android ได้อย่างไร้รอยต่อ และรองรับการชำระเงินผ่าน Google Wallet รวมถึงรองรับผู้ช่วยอัจฉริยะ Gemini และ Qira AI ของ Motorola เอง

ในด้านการประมวลผลและการใช้งาน Moto Watch Ultra มาพร้อมหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง แต่การเปลี่ยนแปลงมาใช้ระบบปฏิบัติการที่ทรงพลังขึ้นก็แลกมาด้วยระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่ลดลง จากเดิมที่รุ่นมาตรฐานอย่าง Moto Watch เคยทำได้น่าประทับใจถึง 13 วัน ทาง Motorola ระบุว่า Moto Watch Ultra จะมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ประมาณ 50 ชั่วโมงเท่านั้น และนั่นคือการใช้งานในกรณีที่ปิดหน้าจอ Always-on Display ไว้

chromebook notebook computer office desk workspace

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

50ชั่วโมงแบตเตอรี่สูงสุด
$349.99ราคาเปิดตัว
1.5"หน้าจอ OLED

สำหรับงานดีไซน์และตัวเครื่อง Moto Watch Ultra มีน้ำหนัก 51 กรัม และมีความหนา 12 มม. ถือเป็นนาฬิกาที่มีความหนาพอสมควร ตัวเรือนหน้าปัดขนาด 46 มม. มีขนาดเล็กกว่ารุ่นมาตรฐานเล็กน้อย แต่กลับใส่หน้าจอ OLED ขนาดใหญ่ถึง 1.5 นิ้วมาให้ เนื่องจากมีการลดขนาดขอบจอให้บางลง ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีลมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำและสีเงิน โดยทุกกล่องจะมาพร้อมสายรัดข้อมือขนาด 22 มม. จำนวน 2 เส้น ประกอบด้วยสายซิลิโคนและสายหนัง รุ่นสีเงินจะได้สายซิลิโคนสีเขียวและสายหนังสีน้ำตาล ส่วนรุ่นสีดำจะมาพร้อมสายสีดำทั้งหมด

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การตัดสินใจเปลี่ยนจากระบบปฏิบัติการเฉพาะตัว (Custom OS) มาใช้ Wear OS ของ Motorola ในรุ่น Ultra นี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเจาะกลุ่มผู้ใช้งาน Android ระดับพรีเมียมที่ต้องการระบบนิเวศของแอปพลิเคชันที่กว้างขวางขึ้น แม้ว่าชื่อรุ่นจะมีคำว่า Ultra แต่ทาง Dominic Preston บรรณาธิการข่าวของ The Verge ได้ตั้งข้อสังเกตว่าฟีเจอร์ด้านกิจกรรมกลางแจ้งและกีฬาเอ็กซ์ตรีมยังคงเทียบเท่ากับสมาร์ทวอทช์รุ่นมาตรฐานทั่วไป มากกว่าจะชนกับคู่แข่งระดับบนสุดในตลาดอย่าง Apple Watch Ultra หรือ Samsung Galaxy Watch Ultra โดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม ระดับราคาที่เปิดมาเพียงครึ่งหนึ่งของคู่แข่งกลุ่ม Ultra ก็ทำให้มันกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป

ในแง่ความทนทาน Moto Watch Ultra ได้รับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 พร้อมกันน้ำระดับ 5ATM และใช้กระจกหน้าจอ Gorilla Glass 3 ด้านการติดตามสุขภาพและการออกกำลังกายใช้งานร่วมกับ Polar ครอบคลุมทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ การนอนหลับ ความตึงเครียด ค่า SpO2 และการฟื้นตัว พร้อมทั้งมี AI ช่วยโค้ชการวิ่ง รองรับระบบ LTE และ Dual-band GPS ในตัว

Moto Watch Ultra เปิดตัวด้วยราคา 349.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณครึ่งหนึ่งของสมาร์ทวอทช์ระดับ Ultra ค่ายอื่น แต่สูงกว่า Moto Watch รุ่นมาตรฐานที่ราคา 149.99 ดอลลาร์อยู่เท่าตัว) โดยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 10 กันยายนนี้เป็นต้นไป

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้