ข้ามไปเนื้อหาหลัก

เนสท์เล่ ทุ่ม 6,400 ลบ. ขยายฐานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในไทย

บีโอไอไฟเขียวเนสท์เล่ขยายฐานผลิตอาหารและขนมสัตว์เลี้ยงที่ระยอง มูลค่ากว่า 6,400 ล้านบาท พร้อมใช้วัตถุดิบในประเทศกว่า 450 ล้านบาทต่อปีเพื่อส่งออกต่างประเทศ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
04 Sep 2026ที่มา: Techsauce3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
เนสท์เล่ ทุ่ม 6,400 ลบ. ขยายฐานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในไทย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • บีโอไออนุมัติการลงทุนกว่า 6,400 ล้านบาทของเนสท์เล่ (ไทย)
  • เน้นขยายฐานผลิตอาหารและขนมสัตว์เลี้ยง ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง
  • ตั้งเป้าส่งออกผลผลิตกว่า 90% ไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น และอื่นๆ
  • ใช้วัตถุดิบภายในประเทศรวมกว่า 450 ล้านบาทต่อปีเพื่อต่อยอดเกษตรกรไทย

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ได้อนุมัติการส่งเสริมการลงทุนครั้งใหญ่ให้กับ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ด้วยมูลค่ารวมกว่า 6,400 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าขยายฐานการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงและขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง โดยโครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดส่งออกเป็นหลัก ซึ่งสัดส่วนผลผลิตมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์จะถูกส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศ

สำหรับการลงทุนในครั้งนี้ แบ่งออกเป็นสองโครงการหลัก ได้แก่ โครงการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง มูลค่าราว 4,500 ล้านบาท และโครงการผลิตขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง มูลค่าราว 1,930 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองโครงการนี้ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารระดับสากล และมีความโดดเด่นในด้านการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงจากภายในประเทศไทยเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตสำหรับการส่งออกโดยเฉพาะ

6,400 ลบ.มูลค่าลงทุนรวมของเนสท์เล่
90%สัดส่วนผลผลิตเพื่อส่งออก
450 ลบ.มูลค่าใช้วัตถุดิบไทยต่อปี

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เปิดเผยว่า การทุ่มงบประมาณครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามเทรนด์การดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัวของคนยุคใหม่ โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศเยอรมนีเท่านั้น ขณะที่อุตสาหกรรมนี้ในไทยเติบโตมากกว่า 8 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

pet food production line factory Thailand

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในส่วนของตลาดส่งออกหลักสำหรับโครงการใหม่นี้ประกอบด้วย ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยในส่วนของโครงการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ดังอย่าง Felix, Pro Plan และ Friskies จะใช้วัตถุดิบในประเทศราว 56 เปอร์เซ็นต์ อาทิ เนื้อไก่ ปลาซาร์ดีน ผัก น้ำมัน วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ขณะที่โครงการผลิตขนมสำหรับแมวภายใต้แบรนด์ Purina One และ Felix จะมีอัตราการใช้วัตถุดิบในประเทศสูงถึง 88 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งประกอบด้วยเนื้อไก่ น้ำตาล และแป้งมันสำปะหลัง การดำเนินการดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มกำลังการผลิต แต่ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรของไทยในเวทีโลกอีกด้วย

"การลงทุนครั้งนี้มีเป้าหมายรองรับความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นตามกระแสการดูแลสัตว์เลี้ยงในฐานะสมาชิกครอบครัว"

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์

การที่เนสท์เล่เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของห่วงโซ่อุปทานอาหารในประเทศ โดยเฉพาะความพร้อมด้านวัตถุดิบการเกษตรและปศุสัตว์ที่มีมาตรฐานสูง การลงทุนมูลค่าสูงระดับนี้ไม่เพียงสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ แต่ยังช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตของผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดพรีเมียมระดับโลกได้อย่างยั่งยืน

เมื่อรวมกับแผนการลงทุนโรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ที่บีโอไอเคยอนุมัติไปก่อนหน้านี้ด้วยมูลค่ากว่า 23,000 ล้านบาท ส่งผลให้ในปี 2569 นี้ เนสท์เล่มีแผนการลงทุนรวมในประเทศไทยสูงถึงกว่า 29,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งกลุ่มธุรกิจกาแฟและอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งจะช่วยดูดซับผลผลิตทางการเกษตรของไทยรวมมูลค่ากว่า 4,700 ล้านบาทต่อปี และเชื่อมโยงเกษตรกรไทยเข้ากับโครงข่ายธุรกิจระดับโลก

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้