ข้ามไปเนื้อหาหลัก

โมเดลที่พักระยะสั้นสำหรับเมืองประชากรลด: แก้ปัญหาบ้านว่าง

เจาะลึกโมเดลที่พักระยะสั้นในพื้นที่ประชากรลดและบ้านว่างทั่วโลก เช่น อัลแบร์โก ดีฟูโซ ในอิตาลี ญี่ปุ่น และเยอรมนี

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
04 Sep 2026ที่มา: Skift2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
โมเดลที่พักระยะสั้นสำหรับเมืองประชากรลด: แก้ปัญหาบ้านว่าง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • เมืองใหญ่คุมเข้มที่พักระยะสั้นเพราะขาดแคลนบ้านพัก
  • ภูมิภาคประชากรลดใช้การท่องเที่ยวแก้ปัญหาบ้านว่าง
  • โมเดลอัลแบร์โก ดีฟูโซรวมบ้านร้างเป็นโรงแรมกระจายตัว

การถกเถียงเรื่องที่พักระยะสั้นทั่วโลกตลอดทศวรรษที่ผ่านมามักมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ปัญหาความขาดแคลนที่อยู่อาศัย เมืองใหญ่หลายแห่งต้องเผชิญกับภาวะผู้มาเยือนและผู้อยู่อาศัยแย่งชิงบ้านเรือนที่มีอยู่จำกัด ส่งผลให้เกิดมาตรการควบคุมที่เข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะคนไร้ที่อยู่อาศัยและค่าเช่าพุ่งสูงขึ้น

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือมหานครนิวยอร์กซึ่งบังคับใช้กฎหมาย Local Law 18 ส่งผลให้ประกาศเช่า Airbnb ระยะสั้นไม่ถึง 30 วันดิ่งลงถึง 83% ภายในเวลาหนึ่งปี จาก 21,900 รายการเหลือเพียง 3,700 รายการ ขณะที่บาร์เซโลนาก็ใช้มาตรการควบคุมที่เด็ดขาดเช่นกัน เนื่องจากมีงานวิจัยระบุว่ากิจกรรมของ Airbnb ทำให้ค่าเช่าเฉลี่ยในเมืองสูงขึ้น 1.9% และพุ่งสูงถึง 7% ในย่านที่มีการใช้งานหนาแน่น

Italy historic village traditional houses street

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันภูมิภาคจำนวนมากกลับต้องเผชิญกับปัญหาขั้วตรงข้าม นั่นคือภาวะประชากรลดลงและโครงสร้างบ้านว่างเชิงโครงสร้าง ประเทศญี่ปุ่นมีบ้านร้างสูงถึงประมาณ 9 ล้านหลัง คิดเป็น 13.8% ของสต็อกบ้านทั้งหมด ขณะที่พื้นที่ชนบทในอิตาลีและเยอรมนีก็มีอาคารที่ถูกทิ้งร้างหรือใช้งานไม่เต็มศักยภาพเช่นกัน สำหรับพื้นที่เหล่านี้ การท่องเที่ยวสามารถเข้ามาช่วยดูดซับที่อยู่อาศัยส่วนเกินโดยไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อนจากการถูกไล่ที่

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

9 ล้านบ้านว่างในญี่ปุ่น
83%Airbnb นิวยอร์กลดลง

ทางออกที่น่าสนใจคือโมเดล อัลแบร์โก ดีฟูโซ (Albergo Diffuso) หรือโรงแรมกระจายตัวของอิตาลี ซึ่งเป็นแนวคิดที่มีอายุราว 40 ปีในการแปลงบ้านร้างตามหมู่บ้านให้กลายเป็นโรงแรมแห่งเดียวที่มีการจัดการส่วนกลาง ทั้งแผนกต้อนรับ แม่บ้าน และการบริหารจัดการ โดยเปิดให้แขกได้พักผูกพันร่วมกับชุมชนและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นที่กำลังซบเซา

โมเดลโรงแรมกระจายตัวสะท้อนให้เห็นว่าการท่องเที่ยวไม่ได้เป็นผู้ร้ายทำลายเมืองเสมอไป แต่อาจเป็นเครื่องมือฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ชนบทที่กำลังจะกลายเป็นเมืองร้างได้ หากมีการบริหารจัดการโครงสร้างความเป็นเจ้าของและการสนับสนุนจากภาครัฐที่เหมาะสม

แม้ว่าโมเดลนี้จะมีข้อจำกัดด้านความยุ่งยากในการบริหารจัดการและขยายสเกลได้ยาก โดยอิตาลีมีโรงแรมเต็มรูปแบบเพียงประมาณ 150 แห่งในรอบ 40 ปี เนื่องจากติดปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ที่กระจัดกระจายและกฎระเบียบมรดก แต่ภาครัฐในหลายประเทศเริ่มทดลองนำมาใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาภูมิภาค เช่น โครงการ NIPPONIA ของญี่ปุ่นที่ฟื้นฟูอาคารไปแล้ว 220 หลังใน 108 ภูมิภาค และเยอรมนีที่เริ่มโครงการนำร่อง 5 หมู่บ้านในป่าดำช่วงปี 2025-2026 นี้

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้