ข้ามไปเนื้อหาหลัก

สภาผู้แทนราษฎร 2568: ถกญัตติใต้เดือด โรมไม่ขอโทษ มัลลิกา

ประชุมสภาเดือด 3 ก.ย. 2568 มัลลิกาคุมบังเหียนถกญัตติชายแดนใต้ปะทะเดือด อภิสิทธิ์-ณัฐพงศ์-โรม ซัดประธานดึงดรามา-ไม่นับญาติ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
04 Sep 2026ที่มา: Matichon Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
สภาผู้แทนราษฎร 2568: ถกญัตติใต้เดือด โรมไม่ขอโทษ มัลลิกา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • สภาผู้แทนราษฎรสภาเดือดวันที่ 3 ก.ย. 2568 ปมถกญัตติแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้
  • ที่ประชุมลงมติ 266 ต่อ 108 เสียง นำญัตติด่วนเรื่องชายแดนใต้ขึ้นมาพิจารณาก่อน
  • โรมปะทะเดือดมัลลิกา ปมกล่าวหาดึงดรามา ลั่นไม่ขอโทษและไม่นับญาติ

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 เกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้งหลังจากพักการประชุมไปกว่า 30 นาที โดยมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม บรรยากาศเริ่มตึงเครียดตั้งแต่ช่วงก่อนลงมติว่าจะหยิบยกญัตติใดขึ้นมาพิจารณาก่อน เนื่องจากสมาชิกยังไม่สามารถตกลงกันได้ ทำให้นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นขอให้ประธานสั่งลงมติทันทีเพื่อตัดบทการถกเถียง

ผลปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 266 เสียง ต่อ 108 เสียง งดออกเสียง 33 เสียง และไม่ลงคะแนน 2 เสียง ให้นำญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาพิจารณาก่อน อย่างไรก็ตาม ความวุ่นวายยังไม่ยุติเพียงเท่านี้ เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทวงถามถึงญัตติแก้ปัญหาชายแดนใต้ที่ตนเคยเสนอไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมจี้ให้เชิญนายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ด้วยตนเอง แต่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล โต้แย้งว่าควรให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตอบแทน ขณะที่ น.ส.มัลลิกา วินิจฉัยว่าญัตติของนายอภิสิทธิ์เป็นญัตติซ้อนญัตติที่ไม่สามารถบรรจุได้ จนเกิดการโต้เถียงกันยาวนาน

266เสียงหนุนญัตติใต้
108เสียงคัดค้าน/ต่างมุมมอง
30นาทีพักการประชุม

สถานการณ์ในห้องประชุมยิ่งทวีความตึงเครียดขึ้น เมื่อนายณัฐพงศ์ ลุกขึ้นประท้วงการทำหน้าที่ของประธานสภาฯ ระบุว่าประธานกำลังแสดงความคิดเห็นที่ไม่ถูกต้องและมีความพยายามขัดขวางการเสนอญัตติที่ถูกต้องตามข้อบังคับ ด้าน น.ส.มัลลิกา ชี้แจงว่านายณัฐพงศ์ได้แสดงเจตนาขอถอนญัตติไปก่อนหน้านี้แล้ว แม้จะมีเงื่อนไขผูกมัดก็ตาม จนกระทั่งนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ลุกขึ้นอภิปรายตำหนิการทำหน้าที่ของประธานว่าพยายามดึงเวลาและสร้างดรามา พร้อมเรียกร้องให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว

Thailand parliament meeting room politicians

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

"ท่านประธานมีสิทธิ์ฟ้องเลย และอย่ามาเรียกว่าพี่ พฤติกรรมแบบนี้ผมไม่นับญาติด้วย"

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

รังสิมันต์ โรม

คำพูดดังกล่าวของนายรังสิมันต์ทำให้ น.ส.มัลลิกา โต้กลับทันทีว่าถูกหมิ่นประมาทและตนไม่ได้เจตนาถ่วงเวลา แต่นายรังสิมันต์ยังคงยืนกรานปฏิเสธที่จะขอโทษ พร้อมระบุว่าสิ่งที่ตนพูดคือข้อความจริงและตั้งคำถามถึงประสบการณ์การทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เหตุการณ์ความวุ่นวายในสภาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางในการควบคุมการประชุมท่ามกลางประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองอย่างปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การปะทะคารมระหว่าง สส. และประธานในที่ประชุมไม่เพียงแต่ทำให้กระบวนการนิติบัญญัติสะดุดลง แต่ยังตั้งคำถามสำคัญต่อบรรทัดฐานการบังคับใช้ข้อบังคับการประชุมและการรักษาความเป็นกลางของบัลลังก์สภา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบอบรัฐสภาไทย

ต่อมา นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงซ้ำเพื่อให้ประธานควบคุมการประชุม พร้อมระบุว่ามีการใช้ถ้อยคำและกิริยาไม่สุภาพต่อประธาน พร้อมจี้ให้นายรังสิมันต์ถอนคำพูด ทว่า น.ส.มัลลิการะบุว่าตนไม่ถือสา ส่งผลให้นายธนยศเตือนสติว่าประธานบนบัลลังก์ต้องมีบรรทัดฐานที่ชัดเจนสำหรับการประชุมครั้งต่อๆ ไป ขณะที่นายรังสิมันต์ยังคงยืนยันจุดยืนเดิมและปฏิเสธที่จะถอนคำพูด ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมที่ยังคงหาข้อยุติไม่ได้

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้