นายกฯ อนุทิน คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ ปราบขุดบิทคอยน์ 2569
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ 4 ก.ย. 2569 สั่งคุมเข้มสกัดการเก็งกำไรใบอนุญาตและลักลอบขโมยไฟ ยันไม่กระทบนักลงทุนจริง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกฯ อนุทิน นั่งหัวโต๊ะถกบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์เมื่อ 4 ก.ย. 2569
- สั่งปราบกลุ่มเก็งกำไรใบอนุญาตและลักลอบขุดบิทคอยน์ขโมยไฟ
- ยันไม่กระทบโครงการที่พร้อมและนักลงทุนที่ทำถูกต้องตามกฎ
- มอบหมาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ออกระเบียบควบคุมใหม่
เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 4 ก.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดระเบียบและวางกรอบขออนุญาตประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เนื่องจากพบช่องโหว่ทางกฎหมายจำนวนมาก โดยรัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ขึ้นอย่างเป็นทางการ และได้จัดการประชุมเพื่อมอบนโยบายในเช้าวันเดียวกันนี้
นายกรัฐมนตรีระบุว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการ จะนำข้อสั่งการทั้งหมดไปประมวลผลเพื่อออกเป็นระเบียบและกฎเกณฑ์ที่รัดกุม มุ่งเน้นการคุ้มครองความกังวลของประชาชนและความเป็นธรรมในทุกมิติ
การออกกฎระเบียบควบคุมดาต้าเซ็นเตอร์และเหมืองคริปโตในประเทศไทยสะท้อนถึงความพยายามของภาครัฐในการสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก กับการบริหารจัดการทรัพยากรภายในประเทศอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการป้องกันปัญหาการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำประปามหาศาลที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในประเด็นเรื่องโครงการใหม่ นายกฯ ชี้แจงว่าปัจจุบันยังไม่มีการอนุมัติโครงการใหม่เพิ่มเติม ส่วนโครงการที่ได้รับอนุมัติไปก่อนหน้านี้แล้วสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ตามปกติ เนื่องจากมีความพร้อมด้านแหล่งพลังงาน แหล่งน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติรองรับอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขในปัจจุบันคือกลุ่มบุคคลที่ยื่นขออนุญาตไว้ล่วงหน้า ทั้งการขอใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำ และใบอนุญาตประกอบกิจการ แต่กลับนำไปใช้เพื่อการค้าเชิงพาณิชย์หรือเก็งกำไร โดยไม่ได้มีความพร้อมในการดำเนินโครงการจริง ซึ่งภาครัฐยืนยันว่าจะไม่อนุญาตให้อีกต่อไป
"เราคงไม่ให้ แต่จะให้เฉพาะคนที่มีความพร้อม พร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ใหม่ที่ได้ตั้งขึ้นมา ไม่มีอะไรต้องกังวล ประเทศไทยต้องให้การสนับสนุนและมีนโยบายที่ชัดเจน"
อนุทิน ชาญวีรกูล
ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรียืนยันว่ามาตรการคุมเข้มดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างแน่นอน เนื่องจากรัฐบาลยังมีนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจนในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น