โครงการขุดเจาะก๊าซ Jackdaw ในทะเลเหนือ จ่อไฟเขียวอนุมัติเดือน ก.ย. นี้
รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมอนุมัติโครงการก๊าซ Jackdaw นอกชายฝั่งเมืองแอเบอร์ดีนภายในเดือนกันยายนนี้ ท่ามกลางเสียงคัดค้านด้านสิ่งแวดล้อม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- โครงการขุดเจาะก๊าซ Jackdaw ใกล้เมืองแอเบอร์ดีนจ่อรับอนุมัติเดือนกันยายนนี้
- เจ้าของโครงการระบุผลิตก๊าซได้ 6% ของความต้องการสหราชอาณาจักร ขณะที่นักอนุรักษ์ชี้แค่ 2%
- โครงการเผชิญการชะลอตัวจากคำตัดสินศาลสกอตแลนด์เมื่อปีที่แล้วเรื่องผลกระทบทางสภาพภูมิอากาศ
- โครงสร้างการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ 99% และอาจเริ่มส่งมอบก๊าซได้ทันฤดูหนาวนี้
รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมให้ไฟเขียวกับโครงการขุดเจาะก๊าซแห่งใหม่บริเวณนอกชายฝั่งเมืองแอเบอร์ดีน ประเทศสกอตแลนด์ โดยการอนุมัติโครงการ Jackdaw อาจเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ ก่อนที่รัฐสภาจะปิดสมัยประชุมเพื่อเข้าสู่ช่วงฤดูกาลประชุมพรรคการเมือง ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวในรัฐบาลและภาคอุตสาหกรรม
ย้อนกลับไปโครงการดังกล่าวเคยได้รับอนุมัติจากรัฐบาลพรรคอนุรักษ์นิยมชุดก่อนหน้าเมื่อปี 2022 แต่ต้องถูกระงับชั่วคราวเนื่องจากคำตัดสินทางกฎหมายของศาลในสกอตแลนด์ หลังจากกลุ่มนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมยื่นฟ้องร้องสำเร็จ โดยระบุว่าการอนุมัติเกิดขึ้นโดยไม่มีการประเมินผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศอย่างรอบด้าน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ศาลเซสชันในเมืองเอดินบะระมีคำตัดสินเมื่อปีที่ผ่านมาว่า ทั้งโครงการ Jackdaw และแหล่งน้ำมัน Rosebank ได้รับการอนุมัติโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากรัฐบาลละเลยการประเมินผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศจากการเผาไหม้น้ำมันและก๊าซที่สกัดออกมา ผู้พิพากษาจึงสั่งให้มีการเผยแพร่การประเมินสภาพภูมิอากาศที่มีรายละเอียดมากขึ้น ซึ่งตัวเลขประมาณการที่อัปเดตเหล่านี้ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ทั้งโครงการ Jackdaw และ Rosebank ดำเนินการโดยบริษัท Adura ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าระหว่างยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานอย่าง Shell และ Equinor จากประเทศนอร์เวย์ นอกจากนี้บริษัทยังระบุว่าหากได้รับอนุมัติในเดือนกันยายน โครงการดังกล่าวจะสามารถส่งก๊าซให้แก่ครัวเรือนในสหราชอาณาจักรได้ตั้งแต่ฤดูหนาวนี้ เนื่องจากงานก่อสร้างมีความคืบหน้าไปแล้วถึง 99 เปอร์เซ็นต์
การตัดสินใจเดินหน้าโครงการพลังงานฟอสซิลท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศสะท้อนถึงความท้าทายเชิงนโยบายของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ที่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความมั่นคงทางพลังงานภายในประเทศในช่วงที่ราคาพลังงานพุ่งสูงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ กับเป้าหมายระยะยาวในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อบรรลุข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากล
ด้านกลุ่มนักสิ่งแวดล้อมและเครือข่าย Uplift ออกมาประณามการดำเนินการดังกล่าว โดยระบุว่าการขุดเจาะเพิ่มเติมในทะเลเหนือจะไม่ช่วยลดค่าไฟและไม่มีผลเปลี่ยนแปลงต่อปริมาณอุปทานพลังงานของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งเตือนว่าโลกมีปริมาณเชื้อเพลิงฟอสซิลมากเกินกว่าที่จะเผาไหม้อย่างปลอดภัยได้
"The science is clear that the world already has far more oil and gas than can ever be safely burned if we are to limit warming."
Tessa Khan, Executive Director of Uplift
โฆษกกระทรวงความมั่นคงด้านพลังงานและ Net Zero ระบุว่าทางกระทรวงจะไม่แสดงความเห็นต่อกระแสข่าวคาดการณ์ พร้อมเสริมว่าทะเลเหนือยังคงเป็นทรัพย์สินแห่งชาติที่สำคัญ และน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติจะยังมีบทบาทสำคัญในระบบพลังงานต่อไปอีกหลายทศวรรษ ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น