เตรียมตุนอาหารรับมือภัยพิบัติ รัฐมนตรีอังกฤษเตือนเอลนีโญ
รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอังกฤษเตือนประชาชนสำรองอาหารรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงที่สุดในรอบหลายรุ่น พร้อมแนะเพิ่มความยืดหยุ่นด้านเสบียง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รัฐมนตรีอังกฤษเตือนประชาชนตุนอาหารรับมือเอลนีโญรุนแรง
- ชี้ปรากฏการณ์นี้ทำให้ฤดูร้อนแห้งแล้งและฤดูหนาวฝนตกหนักขึ้น
- NAO เผยห่วงโซ่อุปทานอาหารอังกฤษเสี่ยงต่อภัยคุกคามรอบด้าน
- รัฐบาลเตรียมเปิดตัวแผนรับมือฉุกเฉินระดับชาติภายในปี 2026
รัฐบาลสหราชอาณาจักรออกมาแจ้งเตือนให้ครัวเรือนทั่วประเทศเริ่มสำรองอาหารและเสบียงเพื่อเตรียมรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้ว โดยระบุว่าปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างเอลนีโญกำลังพัฒนาตัวขึ้นอย่างรุนแรงที่สุดในรอบหนึ่งชั่วอายุคนเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อรูปแบบภูมิอากาศในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก
เดม แองเจลา อีเกิล (Dame Angela Eagle) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม เปิดเผยกับเดอะการ์เดียนว่า ปรากฏการณ์สภาพอากาศนี้จะส่งผลให้เกิดพายุรุนแรงเพิ่มขึ้นในสหราชอาณาจักร รวมถึงสภาพอากาศที่แห้งแล้งในฤดูร้อนและฝนตกชุกในฤดูหนาว นอกจากนี้ยังสร้างความเสียหายหนักในเอเชียจากอุทกภัย ทำให้ทุกฝ่ายต้องตระหนักและเตรียมความพร้อมเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ตนเอง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
คำเตือนดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานฉบับใหม่จากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งสหราชอาณาจักร (NAO) ซึ่งระบุว่าห่วงโซ่อุปทานอาหารของประเทศกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง เนื่องจากภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ โรคระบาดในพืชหรือมนุษย์ และการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นและสร้างความยากลำบากแก่กลุ่มเปราะบางในการเข้าถึงอาหาร
ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) เป็นวัฏจักรตามธรรมชาติที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อกระแสลมและรูปแบบฝนทั่วโลก การที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงออกมาเตือนให้ประชาชนตุนอาหารล่วงหน้านี้สะท้อนให้เห็นว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่เริ่มคุกคามความมั่นคงทางอาหารและห่วงโซ่อุปทานระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งรัฐบาลหลายประเทศเริ่มตื่นตัวในการสร้างความตระหนักรู้ให้ภาคประชาชนพึ่งพาตนเองได้ในยามวิกฤต
รายงานของ NAO ยังชี้ด้วยว่า กระทรวงสิ่งแวดล้อม อาหาร และกิจการชนบท (Defra) พึ่งพาภาคเอกชนมากเกินไปในการรับมือกับปัญหาห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก และยังไม่ได้ดำเนินการมากพอในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ครัวเรือนในสหราชอาณาจักรยังมีความพร้อมในการรับมือภาวะฉุกเฉินน้อยกว่าประชาชนในประเทศอื่นๆ เช่น ฟินแลนด์ สวีเดน และชาติสมาชิกสหภาพยุโรปอื่นๆ
"ควรมีการสำรองเสบียงไว้อย่างสมเหตุสมผลในแต่ละครัวเรือน และรัฐบาลในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้จะบอกให้พวกเราทุกคนทำเช่นนั้น"
ฟิล พลัก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Cold Chain Federation
ด้านฟิล พลัก (Phil Pluck) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสมาพันธ์ห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain Federation) ระบุว่าอังกฤษเข้าใกล้ภาวะวิกฤตเข้าไปทุกที พร้อมสนับสนุนแนวคิดที่ว่าประชาชนควรเริ่มเก็บสะสมเสบียงที่จำเป็นไว้ล่วงหน้า ทั้งนี้ รัฐบาลสหราชอาณาจักรมีแผนที่จะเปิดเผยยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อมสำหรับภาวะฉุกเฉินระดับชาติภายในสิ้นปี 2026 เพื่อยกระดับมาตรฐานความพร้อมของประเทศให้ทัดเทียมกับชาติต่างๆ ในยุโรป
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น