ยอดขายซีดีกลับมาพุ่งสวนกระแส ท่ามกลางกระแสเรโทรเทค
รายงานจาก RIAA เผยยอดขายซีดีครึ่งแรกปี 2026 ทะยานขึ้น 58.6% แตะ 171.1 ล้านดอลลาร์ ขับเคลื่อนโดยเทรนด์ความโหยหาเทคโนโลยีเรียบง่ายของ Gen Z

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ยอดขายซีดีครึ่งแรกปี 2026 พุ่งขึ้น 58.6% สู่ระดับ 171.1 ล้านดอลลาร์
- จำนวนแผ่นที่ขายได้เพิ่มขึ้น 45.7% เป็น 17.5 ล้านยูนิต
- กระแสเรโทรเทคโตต่อเนื่อง รวมถึงแผ่นเสียง ไทป์ไรท์เตอร์ และดัมบ์โฟน
- Gen Z นิยมอุปกรณ์ยุคเก่าเพื่อหลีกหนีการแจ้งเตือนและอัลกอริทึม
แผ่นซีดีที่หลายคนคิดว่าสูญพันธุ์ไปพร้อมกับสตรีมมิ่ง กลับมาทำยอดขายเติบโตอย่างน่าประหลาดใจ โดยสมาคมอุตสาหกรรมการบันทึกเสียงแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ RIAA ได้เปิดเผยตัวเลขสถิติอย่างเป็นทางการ ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมการฟังเพลงที่เปลี่ยนไปท่ามกลางกระแสความนิยมเทคโนโลยีแบบย้อนยุคที่กำลังกลับมาบูมอีกครั้ง
ข้อมูลจากรายงานฉบับล่าสุดระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ซีดีสามารถสร้างรายได้สูงถึง 171.1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025 ที่ทำได้ประมาณ 107.9 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นการเติบโตถึง 58.6% เลยทีเดียว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากมูลค่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นแล้ว ปริมาณความต้องการซื้อก็เติบโตในทิศทางเดียวกัน โดยยอดขายแผ่นซีดีในแง่ของจำนวนยูนิตพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 17.5 ล้านแผ่น เพิ่มขึ้น 45.7% เมื่อเทียบกับยอดขายราว 12 ล้านแผ่นในช่วงครึ่งแรกของปีที่ผ่านมา
การกลับมาผงาดครั้งนี้ถือว่าน่าสนใจมาก เนื่องจากในปี 2025 ตลาดซีดีเพิ่งเผชิญกับช่วงขาลง โดยรายงานประจำปีระบุว่ารายได้รวมลดลง 7.8% จาก 338.9 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 เหลือ 312.4 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 ขณะที่ยอดขายลดลง 11.6% จาก 33.3 ล้านแผ่นเหลือ 29.5 ล้านแผ่น
กระการฟื้นตัวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความคลั่งไคล้เทคโนโลยีแบบดั้งเดิมที่เรียบง่ายกว่า ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์แบบดัมบ์โฟน กล้องดิจิทัลยุคเก่า เครื่องพิมพ์ดีด โทรศัพท์บ้าน รวมถึงสื่อบันทึกรูปแบบกายภาพอย่างซีดีและแผ่นเสียงไวนิล
การหันกลับมาใช้เทคโนโลยีแบบยุคเก่าหรือ 'Retro Tech' ของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ไม่ได้เป็นเพียงแค่แฟชั่นชั่วคราว แต่สะท้อนถึงความอิ่มตัวจากโลกดิจิทัลที่เต็มไปด้วยการแจ้งเตือนตลอด 24 ชั่วโมง ระบบอัลกอริทึมที่เสพติด และการขาดการควบคุมเวลาส่วนตัว การหันมาหยิบจับแผ่นซีดีหรือกล้องดิจิทัลเก่าจึงเป็นวิธีสร้างขอบเขตการใช้งานเทคโนโลยีให้กลับมาอยู่ในมือผู้ใช้ได้อีกครั้ง
สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ความต้องการอุปกรณ์เหล่านี้เกิดจากความโหยหาในยุคสมัยที่พวกเขาไม่มีโอกาสได้สัมผัส ซึ่งเป็นยุคที่ผู้คนสามารถควบคุมการใช้งานเทคโนโลยีได้ด้วยตัวเองมากกว่า และตัวเทคโนโลยีเองก็ไม่ได้รุกล้ำเข้ามาในชีวิตประจำวันผ่านหน้าจอแจ้งเตือนหรือแอปพลิเคชันที่ออกแบบมาให้เสพติด
ในปัจจุบันมีสตาร์ทอัพหลายรายที่กระโดดเข้ามาจับตลาดนี้ เช่น ผู้ผลิตโทรศัพท์บ้านอย่าง Tin Can, Ooma และ Pinwheel รวมถึงแบรนด์ดัมบ์โฟนอย่าง Light, Dumb Co, Minimal และ Clicks เคสคีย์บอร์ดที่ได้แรงบันดาลใจจาก BlackBerry ขณะที่ผู้บริโภค Gen Z ก็พากันไปกว้านซื้อแกดเจ็ตมือสองตามร้านขายของเก่าหรือเว็บไซต์วินเทจอย่าง eBay หรือ Retrospekt

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงกว่าที่ RIAA รายงาน เนื่องจากสถิติดังกล่าวไม่ได้นับรวมตลาดซีดีมือสอง ไม่ว่าจะเป็นแผ่นที่ซื้อจากร้านขายของมือสองหรือการเปิดท้ายขายของ รวมถึงแผ่นซีดีจำนวนมากที่ถูกส่งต่อจากพ่อแม่รุ่น Gen X มาสู่ลูกหลาน
นอกจากนี้ เทรนด์สื่อบันทึกเสียงแบบกายภาพไม่ได้จำกัดอยู่แค่ซีดีเท่านั้น เพราะยอดขายแผ่นเสียงไวนิลก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ส่งผลให้ภาพรวมรายได้สื่อกายภาพในครึ่งแรกของปี 2026 ทะยานขึ้น 25.9% สู่ระดับ 731.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งขับเคลื่อนทั้งจากการเติบโตของซีดี 58.6% และแผ่นเสียงไวนิลที่เพิ่มขึ้น 17.7%
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น