Peacock ผจับมือ YouTube รุกตลาดสตรีมมิ่งผ่านแพ็กเกจบันเดิล
NBCUniversal เลือกใช้วิธีจับมือเป็นพันธมิตรแทนการควบรวมกิจการ โดยเตรียมนำ Peacock Premium เข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์ม YouTube เริ่มต้นต้นปี 2027

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- NBCUniversal ประกาศความร่วมมือระดับโลกกับ YouTube ระยะเวลาหลายปี
- เตรียมเปิดให้สมาชิก YouTube Premium ในสหรัฐฯ เข้าถึง Peacock Premium ได้ตั้งแต่ต้นปี 2027
- บริการสตรีมมิ่งสากลอย่าง Universal+ และ Hayu จะให้บริการผ่าน YouTube Premium ในบางตลาดด้วย
- Peacock Premium Plus เปิดให้บริการแยกเป็นแพ็กเกจเสริมผ่าน YouTube Primetime Channels แล้วตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน
ในขณะที่บริษัทสื่อหลายแห่งกำลังมุ่งเน้นไปที่การควบรวมกิจการและการซื้อขายบริษัท ทางด้าน NBCUniversal กลับเลือกเส้นทางขยายฐานผู้ชมผ่านกลยุทธ์การเป็นพันธมิตร โดยมีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในการนำบริการสตรีมมิ่ง Peacock เข้าสู่ระบบของ YouTube โดยตรง
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา NBCUniversal และ YouTube ได้ประกาศข้อตกลงความเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระดับโลกแบบหลายปี ซึ่งจะทำให้สมาชิก YouTube Premium ในสหรัฐอเมริกา สามารถใช้งานแผน Peacock Premium ได้ในช่วงต้นปี 2027 การร่วมมือครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้ชมหลายล้านคนรับชมคอนเทนต์ทั้งหมดของ Peacock ได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายสดการแข่งขันกีฬา NFL และ NBA, รายการ Saturday Night Live, Love Island USA, Law & Order: SVU รวมถึงรายการยอดนิยมจากช่อง Bravo อย่างแฟรนไชส์ The Real Housewives

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ความร่วมมือดังกล่าวทำให้คอนเทนต์ถูกผสานเข้ากับประสบการณ์ใช้งานบน YouTube โดยตรง ผู้ชมสามารถค้นหาและรับชมคอนเทนต์จาก Peacock ได้โดยไม่ต้องออกจากแพลตฟอร์ม สำหรับ YouTube แล้ว ดีลนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่แพ็กเกจ YouTube Premium ด้วยบริการความบันเทิงขนาดใหญ่ และยังสอดคล้องกับเป้าหมายในการเป็นศูนย์รวมความบันเทิงสตรีมมิ่งที่รวบรวมทั้งรายการทีวีพรีเมียม กีฬาถ่ายทอดสด และคอนเทนต์จากครีเอเตอร์ไว้ในที่เดียว
กลยุทธ์การทำบันเดิล (Bundling) ในวงการสตรีมมิ่งกำลังกลายเป็นอาวุธสำคัญที่ช่วยลดอัตราการยกเลิกบริการ (Churn Rate) และดึงดูดผู้ใช้งานกลุ่มใหม่ๆ โดยการที่ Peacock เลือกจับมือกับแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ที่มีฐานผู้ใช้งานมหาศาลอย่าง YouTube ถือเป็นก้าวที่ชาญฉลาดในการลดต้นทุนด้านการตลาดและการหาลูกค้าใหม่ด้วยตนเอง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด เมื่อยักษ์ใหญ่ในวงการสื่อพยายามปรับตัวเพื่อแย่งชิงเวลาในการรับชมจากผู้บริโภคที่หันไปให้ความสนใจกับแพลตฟอร์มอย่าง YouTube และ TikTok มากขึ้น โดยบริษัทอื่นเลือกปรับโครงสร้างธุรกิจผ่านดีลขนาดใหญ่ เช่น การที่ Paramount Skydance เข้าซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery หรือการที่ Fox เข้าซื้อกิจการ Roku
ในทางกลับกัน Peacock เลือกเน้นไปที่ช่องทางการจัดจำหน่าย โดยก่อนหน้านี้ได้ร่วมมือกับ Amazon และ Apple มาแล้ว และดีลกับ YouTube นี้ถือเป็นความพยายามครั้งใหญ่ที่สุดในการนำคอนเทนต์ไปไว้ในพื้นที่ที่ผู้ชมใช้งานอยู่แล้ว ข้อตกลงนี้ยังมีขึ้นหลังจากที่ Peacock เพิ่งประกาศทำกำไรรายไตรมาสได้เป็นครั้งแรกในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานแบบชำระเงินอยู่ที่ 48 ล้านราย
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น