ข้ามไปเนื้อหาหลัก

สุชาติสั่งกรมทะเลบุกจับเรือดำน้ำฝ่าฝืนเกาะราชาใหญ่

วันที่ 4 ก.ย. 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น สั่งการกรมทะเลลุยจับเรือดำน้ำ 2 ลำ จอดแช่และผูกทุ่นผิดวิธีที่เกาะราชาใหญ่ ภูเก็ต หวั่นทำลายปะการัง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
05 Sep 2026ที่มา: Khaosod Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
สุชาติสั่งกรมทะเลบุกจับเรือดำน้ำฝ่าฝืนเกาะราชาใหญ่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายสุชาติ ชมกลิ่น สั่งการกรมทะเลลุยจับเรือดำน้ำฝ่าฝืนมาตรการคุ้มครองทะเล
  • จุดเกิดเหตุอยู่ที่อ่าวทือ เกาะราชาใหญ่ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
  • พบพฤติกรรมผูกท้ายเรือกับฐานทุ่นโดยตรงและจอดแช่หลายวันเสี่ยงทำลายแนวปะการัง
  • เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการจับกุมเรือจำนวน 2 ลำทันทีตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการปกป้องและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับระบบนิเวศทางทะเลของประเทศไทย

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้รับการร้องเรียนจากพลเมืองดีในพื้นที่ แจ้งเบาะแสว่ามีเรือดำน้ำสำหรับการท่องเที่ยวหรือดำน้ำลึกเข้ามาจอดทอดสมอและผูกเรือประจำอยู่ที่บริเวณอ่าวทือ บนเกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต โดยมีการกระทำที่ผิดระเบียบข้อบังคับอย่างชัดเจน

Thailand diving boat coral reef sea

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของกองป้องกัน ปราบปราม และบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครอง ภายใต้การมอบหมายของ ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบว่าพฤติกรรมของเรือลำดังกล่าวเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายอย่างแท้จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การกำหนดมาตรการคุ้มครองแนวปะการังในพื้นที่เกาะราชาใหญ่และเกาะราชาน้อย จังหวัดภูเก็ต ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2566 ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาความสมบูรณ์ของท้องทะเลไทย เนื่องจากเกาะเหล่านี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมากในแต่ละปี การควบคุมการใช้ประโยชน์จากทุ่นผูกเรือจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการป้องกันไม่ให้กิจกรรมทางน้ำสร้างภาระเกินขีดความสามารถในการรองรับของธรรมชาติ

สำหรับรายละเอียดความผิดที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ ประกอบด้วย:

  • การผูกส่วนท้ายของเรือเข้ากับฐานทุ่นโดยตรง ซึ่งเสี่ยงทำให้ฐานทุ่นเคลื่อนตัวตามแรงดึงและคลื่นลม
  • ความเคลื่อนไหวของฐานทุ่นอาจไปกระทบหรือครูดกับแนวปะการัง ส่งผลให้ปะการังแตกหักและเสียหายอย่างรุนแรง
  • การจอดเรือแช่ทิ้งไว้หลายวันติดต่อกัน ทำให้เรือลำอื่นขาดโอกาสในการใช้ประโยชน์จากทุ่นผูกเรือร่วมกัน

จากพฤติการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าดำเนินการจับกุมเรือจำนวน 2 ลำที่ฝ่าฝืนระเบียบ พร้อมดำเนินคดีตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดแนวเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในพื้นที่เกาะราชาใหญ่และเกาะราชาน้อย ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2566 ต่อไป

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้