Google Summer of Code 2026: นักพัฒนาเผยเส้นทางนำ PACS สู่ InVesalius
สรุปประสบการณ์ 3 เดือนในโครงการ Google Summer of Code (GSoC) กับซอฟต์แวร์การแพทย์ InVesalius ในการพัฒนาการเชื่อมต่อ PACS และ DICOM

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ผู้พัฒนาใช้เวลา 3 เดือนในโครงการ GSoC พัฒนาการเชื่อมต่อ PACS ให้ซอฟต์แวร์ InVesalius
- ใช้งานไลบรารี pynetdicom และ pydicom เพื่อค้นหาและดึงภาพทางการแพทย์ผ่านเครือข่าย
- แก้ปัญหาความท้าทายเชิงเทคนิค เช่น การจัดการระบบสำรอง C-GET และการป้องกันหน้าจอค้าง
- ระบบจัดลำดับข้อมูลภาพประกอบด้วย ผู้ป่วย การศึกษา ชุดภาพ และตัวภาพ
ตลอดช่วงเวลาสามเดือนที่ผ่านมา มูเน็บ อาห์แมด (Muneeb Ahmad) ได้เข้าร่วมพัฒนาโปรแกรมกับ InVesalius ในฐานะผู้ร่วมสมทบโครงการ Google Summer of Code (GSoC) โดยเขาได้แบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จหลังสิ้นสุดโครงการซัมเมอร์นี้ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การยกระดับซอฟต์แวร์สร้างโมเดลสามมิติทางการแพทย์
InVesalius ถือเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์กด้านการแพทย์ชื่อดังจากประเทศบราซิล ซึ่งมีความสามารถในการแปลงภาพสองมิติจากเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ให้กลายเป็นโมเดลกายวิภาคสามมิติผ่านการพิมพ์ 3D เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์นำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ต่อไป
ก่อนหน้านี้ตัวซอฟต์แวร์ยังขาดรองรับการเชื่อมต่อระยะไกลกับเซิร์ฟเวอร์โรงพยาบาลหรือ PACS ทำให้ทีมแพทย์ต้องพึ่งพาเครื่องมือภายนอกในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งเป็นภาระงานที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เพื่อแก้ปัญหานี้ เขาจึงเลือกใช้ไลบรารีอย่าง pynetdicom และ pydicom ในการสร้างเมธอดสำหรับค้นหาและดึงข้อมูลภาพจากเซิร์ฟเวอร์ PACS ของโรงพยาบาลผ่านเครือข่ายได้โดยอัตโนมัติ ลดความยุ่งยากในการทำงานแบบเดิม
สำหรับการทำงานของระบบ มีลำดับขั้นตอนดังนี้:
- Connectivity: การเชื่อมต่อระบบ
- Search: การค้นหาข้อมูลภาพ
- Retrieval: การดึงข้อมูลภาพ
- Local Storage: การจัดเก็บข้อมูลในเครื่อง
การเชื่อมต่อระบบ PACS (Picture Archiving and Communication System) และมาตรฐาน DICOM เข้ากับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์กทางการแพทย์ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะช่วยให้โรงพยาบาลขนาดกลางและเล็กสามารถเข้าถึงเครื่องมือวิเคราะห์ภาพถ่ายทางการแพทย์ขั้นสูงได้โดยไม่ต้องลงทุนกับซอฟต์แวร์ปิด (Proprietary software) ราคาแพง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็ว
ในส่วนของความท้าทายทางเทคนิค ผู้พัฒนาต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญหลายประการ เช่น การใช้คำสั่ง C-GET เป็นระบบสำรองเมื่อ C-GET หรือ C-MOVE เกิดความล้มเหลว รวมถึงการจัดการยกเลิกกระบวนการดาวน์โหลดและการทำความสะอาดข้อมูลภาพที่ค้างอยู่โดยไม่ให้หน้าจอ UI เกิดอาการค้าง
"One of the challenges was to use c-get as fallback if c-move was to fail. I had to think of a creative way, so I came up with a less creative simple solution and that was to handle it as an error and also support the user to choose his preffered method."
Muneeb Ahmad
นอกจากนี้ เขายังแก้ไขปัญหาหน้าจอค้างระหว่างการค้นหาแบบ C-query โดยการห่อหุ้มฟังก์ชันซิงโครนัสใหทำงานเบื้องหลังแบบอะซิงโครนัสผ่านเธรดเอ็กเซกคิวเตอร์ (Thread executors) พร้อมทั้งรับมือกับความแตกต่างของเซิร์ฟเวอร์อย่าง Orthanc และ dcm4chee ที่ส่งข้อมูลภาพแตกต่างกัน
โครงการนี้ช่วยให้เขาเปลี่ยนจากความไม่รู้เกี่ยวกับมาตรฐาน DICOM เลย สู่การพัฒนาการเชื่อมต่อ PACS จัดการกรณีข้อยกเว้น และเรียนรู้รหัสสถานะจากเซิร์ฟเวอร์ต่างๆ พร้อมทั้งขอบคุณเปาโล (Paulo) เมนทอร์ผู้คอยให้คำแนะนำตลอดโครงการ และหวังว่าจะมีผู้ร่วมพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์กเพิ่มขึ้น
ที่มา: Dev.to
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น