อินเตอร์ มิลาน เจรจาคืบหน้าคว้าตัว จอห์น สโตนส์ ร่วมทัพแบบไร้ค่าตัว
กองหลังทีมชาติอังกฤษกลายเป็นแข้งฟรีเอเยนต์หลังหมดสัญญากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเวลานี้สโมสรดังแห่งกัลโช่ เซเรีย อา เป็นเต็งหนึ่งที่จะได้ตัวไปร่วมทีม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- จอห์น สโตนส์ อยู่ในขั้นตอนเจรจาขั้นสูงกับ อินเตอร์ มิลาน
- กองหลังวัย 32 ปีหมดสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
- อินเตอร์ มิลาน เป็นตัวเต็งที่จะได้ตัวแข้งรายนี้ด้วยสัญญา 2 ปี
- นักเตะได้รับความสนใจจากสเกาท์และสโมสรทั่วยุโรป รวมถึง เชลซี และ ยูเวนตุส
อินเตอร์ มิลาน สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี กำลังเดินหน้าการเจรจาในระดับที่ก้าวหน้ามากกับ จอห์น สโตนส์ เซ็นเตอร์แบ็กทีมชาติอังกฤษ เพื่อดึงตัวมาร่วมทัพแบบไม่มีค่าตัว หลังจากปราการหลังรายนี้กลายเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์หลังอำลาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ แนวรับวัย 32 ปีรายนี้ตกเป็นเป้าหมายเสริมทัพของหลายสโมสรชั้นนำทั่วยุโรป ซึ่งรวมถึงสโมสรคู่แข่งร่วมพรีเมียร์ลีกอย่าง เชลซี และทีมดังจากอิตาลีอย่าง ยูเวนตุส ที่แสดงความสนใจอย่างจริงจังเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แชมป์เซเรีย อา อย่าง อินเตอร์ มิลาน สามารถพูดคุยกับนักเตะได้อย่างราบรื่นและถือเป็นทีมเต็งจ่าฝูงในการคว้าตัวแข้งดีกรีแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รายนี้มาร่วมงานด้วยสัญญาฉบับความยาว 2 ปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เส้นทางค้าแข้งของ สโตนส์ กับทัพเรือใบสีฟ้าเริ่มต้นขึ้นหลังย้ายมาจาก เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัว 47.5 ล้านปอนด์เมื่อปี 2016 โดยเขาลงสนามรับใช้สโมสรไปทั้งหมด 295 นัด และมีส่วนสำคัญในการพาทีมกวาดความสำเร็จมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, ลีก คัพ 5 สมัย, คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 3 สมัย, ฟีฟ่า คลับ และยูฟ่า ซูเปอร์คัพ
การย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวของนักเตะระดับท็อปอย่าง จอห์น สโตนส์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่หลายสโมสรในยุโรปนิยมใช้เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อขายนักเตะ โดยเฉพาะผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูงและผ่านเกมระดับสูงมาอย่างโชกโชน ซึ่งจะช่วยยกระดับแนวรับของอินเตอร์ มิลาน ได้ทันทีในศึกเซเรีย อาและถ้วยยุโรป
นอกจากผลงานระดับสโมสรแล้ว อดีตกองหลังสโมสรบาร์นสลีย์รายนี้ยังผ่านการติดทีมชาติอังกฤษไปแล้ว 93 นัด และเคยเป็นส่วนหนึ่งของขุนพลสิงโตคำรามชุดคว้าอันดับ 3 ในศึกฟุตบอลโลกอีกด้วย
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น