เหตุผลเบื้องหลังดีล 700 ล้านดอลลาร์: ทำไม American Express ถึงอยากครอบครอง TheFork
การเข้าซื้อกิจการ TheFork ของ American Express ไม่ใช่แค่การเพิ่มบริการจองโต๊ะอาหาร แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่และเก็บข้อมูลการใช้จ่าย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- American Express เตรียมทุ่มเงิน 700 ล้านดอลลาร์เพื่อซื้อ TheFork จาก Tripadvisor
- ดีลนี้มุ่งเน้นการใช้แพลตฟอร์มจองโต๊ะอาหารเป็นเครื่องมือในการหาลูกค้าบัตรเครดิตรายใหม่
- TheFork จะยังคงสถานะเป็นแบรนด์เดี่ยวในยุโรปเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือในท้องถิ่น
- ตอกย้ำความสำเร็จด้วยยอดจองท่องเที่ยวในไตรมาส 2 ที่พุ่งสูงขึ้น 22%
การประกาศเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์มจองร้านอาหารยอดนิยมในยุโรปอย่าง TheFork แสดงให้เห็นว่า American Express หรือ Amex ไม่ได้มองหาเพียงแค่รายได้จากการจองโต๊ะอาหารเท่านั้น แต่บริษัทยังมองเห็นโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้จ่ายตามความพึงพอใจของลูกค้า ขยายฐานการให้บริการในระดับสากล และใช้สิทธิประโยชน์เหล่านี้เป็นแรงดึงดูดให้ผู้ใช้งานทั่วไปหันมาสมัครเป็นสมาชิกผู้ถือบัตร
หากข้อตกลงมูลค่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการซื้อ TheFork จาก Tripadvisor สามารถปิดดีลได้ตามกำหนดภายในช่วงปลายปีนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวจะเข้าไปเสริมทัพร่วมกับบริการจองร้านอาหารอีกสองแห่งที่ Amex มีอยู่แล้วอย่าง Resy และ Tock กลายเป็นอาณาจักรแพลตฟอร์มจองร้านอาหารที่ครอบคลุมทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป
ในการประชุมรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Stephen Joseph Squeri ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Amex ได้เปิดเผยว่า แพลตฟอร์มจองร้านอาหารทั้งสามแห่งเปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไปที่ยังไม่ได้ถือบัตรเครดิตของบริษัทด้วยเช่นกัน ซึ่งจุดนี้กลายเป็นช่องทางที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในแง่ของการหาลูกค้าใหม่ โดยบริษัทวางแผนที่จะมอบข้อเสนอพิเศษเฉพาะสำหรับสมาชิกผู้ถือบัตรภายในแพลตฟอร์มเหล่านี้ เพื่อโน้มน้าวให้ผู้ใช้งานทั่วไปเปลี่ยนสถานะมาเป็นผู้ถือบัตรเครดิตของ Amex ในอนาคต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การที่บริษัทบัตรเครดิตหันมาลงทุนในแพลตฟอร์มจองร้านอาหารสะท้อนให้เห็นว่า ข้อมูลความตั้งใจหรือความต้องการใช้จ่ายของผู้บริโภค (Consumer Intent Data) มีมูลค่าสูงมากในยุคปัจจุบัน การรู้ว่าลูกค้าร้านอาหารระดับพรีเมียมชอบไปทานอาหารที่ไหน จองล่วงหน้านานเท่าไหร่ และใช้จ่ายเท่าไหร่ ช่วยให้ Amex สามารถออกแบบสิทธิประโยชน์ที่ตรงใจและนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้กับกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูงได้อย่างแม่นยำกว่าการดูแค่ประวัติการรูดบัตรแบบเดิมๆ
กลยุทธ์ของ Amex ในครั้งนี้มีความน่าสนใจตรงที่ บริษัทเลือกที่จะผนวกรวมระบบของ Resy และ Tock เข้าด้วยกันในสหรัฐอเมริกา แต่จะยังคงปล่อยให้ TheFork ดำเนินกิจการในฐานะแบรนด์อิสระในยุโรปต่อไป เพื่อรักษาความไว้วางใจและความคุ้นเคยที่ผู้บริโภคชาวยุโรปมีต่อตัวแบรนด์เอาไว้ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางธุรกิจโดยรวมที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง หลังจากตัวเลขยอดจองการเดินทางในไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้นถึง 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่งผลให้บริษัทต้องปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ตลอดทั้งปีขึ้นสู่ระดับ 10% พร้อมทั้งเตรียมเม็ดเงินลงทุนเพิ่มเติมด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับการขยายตัวในครั้งนี้
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น