ข้ามไปเนื้อหาหลัก

มท.4 สั่งปราบภัยทะเบียนราษฎร์ ปิดช่องโหว่ทั้งระบบ

นายวรศิษฎ์ สั่งลุยปราบภัยทะเบียนราษฎร์เชิงรุก เน้นปิดช่องโหว่ตั้งแต่ต้นทางและขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
06 Sep 2026ที่มา: Matichon Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
มท.4 สั่งปราบภัยทะเบียนราษฎร์ ปิดช่องโหว่ทั้งระบบ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายวรศิษฎ์ สั่งการเด็ดขาดเพื่อปราบปรามภัยทะเบียนราษฎร์แบบเชิงรุก
  • มุ่งเน้นการปิดช่องโหว่ตั้งแต่ต้นทางไม่รอให้เกิดความเสียหาย
  • ขยายผลตรวจสอบทุกพื้นที่เพื่อป้องกันการสวมสิทธิและแสวงหาประโยชน์
  • ยืนยันการปฏิบัติงานต้องไม่กระทบต่อประชาชนผู้สุจริตทั่วไป

นายวรศิษฎ์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานเชิงรุกในการจัดการกับปัญหาภัยทะเบียนราษฎร์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันและการจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นทาง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายตามมาภายหลัง และผู้ที่กระทำความผิดรวมถึงผู้ที่เปิดช่องให้เกิดการทุจริตจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย พร้อมทั้งต้องอุดรอยรั่วของระบบไม่ให้เกิดซ้ำอีก

จากการดำเนินปฏิบัติการที่ผ่านมา ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงแค่ตัวเลขสถิติในการจับกุมเท่านั้น แต่นายวรศิษฎ์ระบุว่าจะนำบทเรียนจากพื้นที่จริงมาถอดบทเรียน เพื่อค้นหารูปแบบความผิดปกติและตรวจสอบว่ามีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นหรือไม่ พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการข้อมูลร่วมกันอย่างใกล้ชิด

Thailand government meeting room interior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การแก้ไขปัญหาทะเบียนราษฎร์ถือเป็นหัวใจสำคัญของความมั่นคงทางเอกสารและสิทธิพลเมืองในประเทศไทย เนื่องจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์เป็นรากฐานของบริการรัฐและการทำธุรกรรมต่างๆ การที่กระทรวงมหาดไทยปรับเปลี่ยนแนวทางจากการตั้งรับมาเป็นการตรวจสอบเชิงรุกและปิดช่องโหว่ระบบ จึงช่วยสกัดกั้นขบวนการสวมสิทธิบัตรประชาชนหรือการใช้เอกสารเท็จได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับการกำหนดแนวทางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ได้มีการวางกรอบไว้อย่างชัดเจน 4 ขั้นตอนสำคัญประกอบด้วย

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

  • ตรวจให้เจอ
  • ขยายผลให้ถึง
  • จัดการคนผิด
  • ปิดช่องโหว่

แนวทางดังกล่าวถูกนำมาใช้เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบทะเบียนราษฎร์ถูกฉวยโอกาสนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการสวมสิทธิหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

"เจอคนผิดต้องจัดการ เจอขบวนการต้องขยายผล เจอช่องโหว่ต้องปิด นี่คือแนวทางของการปราบภัยทะเบียน จากนี้สั่งให้ลุยต่อ ไม่ใช่จบแค่คดีที่จับได้ แต่ต้องเอาข้อมูลจากทุกปฏิบัติการมาวิเคราะห์หาความผิดปกติในพื้นที่อื่นด้วย"

นายวรศิษฎ์

นอกจากนี้ นายวรศิษฎ์ยังได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า การกวาดล้างปัญหาดังกล่าวจะต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์และสุจริต โดยทุกขั้นตอนต้องยึดถือข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ขณะเดียวกันผู้ที่ฉวยโอกาสหาประโยชน์จากระบบจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพื่อให้ทะเบียนราษฎร์ทำหน้าที่เป็นหลักประกันความถูกต้องที่แท้จริงของประชาชน

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้