มท.4 สั่งปราบภัยทะเบียนราษฎร์ ปิดช่องโหว่ทั้งระบบ
นายวรศิษฎ์ สั่งลุยปราบภัยทะเบียนราษฎร์เชิงรุก เน้นปิดช่องโหว่ตั้งแต่ต้นทางและขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายวรศิษฎ์ สั่งการเด็ดขาดเพื่อปราบปรามภัยทะเบียนราษฎร์แบบเชิงรุก
- มุ่งเน้นการปิดช่องโหว่ตั้งแต่ต้นทางไม่รอให้เกิดความเสียหาย
- ขยายผลตรวจสอบทุกพื้นที่เพื่อป้องกันการสวมสิทธิและแสวงหาประโยชน์
- ยืนยันการปฏิบัติงานต้องไม่กระทบต่อประชาชนผู้สุจริตทั่วไป
นายวรศิษฎ์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานเชิงรุกในการจัดการกับปัญหาภัยทะเบียนราษฎร์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันและการจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นทาง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายตามมาภายหลัง และผู้ที่กระทำความผิดรวมถึงผู้ที่เปิดช่องให้เกิดการทุจริตจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย พร้อมทั้งต้องอุดรอยรั่วของระบบไม่ให้เกิดซ้ำอีก
จากการดำเนินปฏิบัติการที่ผ่านมา ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงแค่ตัวเลขสถิติในการจับกุมเท่านั้น แต่นายวรศิษฎ์ระบุว่าจะนำบทเรียนจากพื้นที่จริงมาถอดบทเรียน เพื่อค้นหารูปแบบความผิดปกติและตรวจสอบว่ามีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นหรือไม่ พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการข้อมูลร่วมกันอย่างใกล้ชิด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การแก้ไขปัญหาทะเบียนราษฎร์ถือเป็นหัวใจสำคัญของความมั่นคงทางเอกสารและสิทธิพลเมืองในประเทศไทย เนื่องจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์เป็นรากฐานของบริการรัฐและการทำธุรกรรมต่างๆ การที่กระทรวงมหาดไทยปรับเปลี่ยนแนวทางจากการตั้งรับมาเป็นการตรวจสอบเชิงรุกและปิดช่องโหว่ระบบ จึงช่วยสกัดกั้นขบวนการสวมสิทธิบัตรประชาชนหรือการใช้เอกสารเท็จได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับการกำหนดแนวทางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ได้มีการวางกรอบไว้อย่างชัดเจน 4 ขั้นตอนสำคัญประกอบด้วย
- ตรวจให้เจอ
- ขยายผลให้ถึง
- จัดการคนผิด
- ปิดช่องโหว่
แนวทางดังกล่าวถูกนำมาใช้เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบทะเบียนราษฎร์ถูกฉวยโอกาสนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการสวมสิทธิหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
"เจอคนผิดต้องจัดการ เจอขบวนการต้องขยายผล เจอช่องโหว่ต้องปิด นี่คือแนวทางของการปราบภัยทะเบียน จากนี้สั่งให้ลุยต่อ ไม่ใช่จบแค่คดีที่จับได้ แต่ต้องเอาข้อมูลจากทุกปฏิบัติการมาวิเคราะห์หาความผิดปกติในพื้นที่อื่นด้วย"
นายวรศิษฎ์
นอกจากนี้ นายวรศิษฎ์ยังได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า การกวาดล้างปัญหาดังกล่าวจะต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์และสุจริต โดยทุกขั้นตอนต้องยึดถือข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ขณะเดียวกันผู้ที่ฉวยโอกาสหาประโยชน์จากระบบจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพื่อให้ทะเบียนราษฎร์ทำหน้าที่เป็นหลักประกันความถูกต้องที่แท้จริงของประชาชน
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น