ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ศธ.จับมือเกษตรฯ เร่งแก้วิกฤตหนี้ครูทั้งระบบ ยอดพุ่ง 1.14 ล้านล้าน

รัฐบาลขับเคลื่อนมาตรการแก้หนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ มุ่งแก้หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่มีมูลค่ารวม 1,141,545 ล้านบาท พร้อมปรับโครงสร้างและลดดอกเบี้ย

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
06 Sep 2026ที่มา: Khaosod Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ศธ.จับมือเกษตรฯ เร่งแก้วิกฤตหนี้ครูทั้งระบบ ยอดพุ่ง 1.14 ล้านล้าน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ศธ. ผนึก เกษตรฯ แก้หนี้ครูทั้งระบบ เน้นสหกรณ์ออมทรัพย์ครู
  • ยอดเงินกู้รวมพุ่งสูงถึง 1,141,545 ล้านบาท จากสหกรณ์ 116 แห่ง
  • อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 5.60% และสูงสุดถึง 9% ต่อปี
  • เร่งปรับโครงสร้างหนี้และลดต้นทุนเพื่อป้องกันการเกิดหนี้ใหม่

รัฐบาลเดินหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยยกระดับจากการช่วยเหลือเพียงแค่การลดภาระดอกเบี้ย ไปสู่การแก้ไขปัญหาแบบครบวงจรในทุกมิติ โดยเฉพาะหนี้สินที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งถือเป็นภาระก้อนใหญ่และสร้างความเดือดร้อนให้กับข้าราชการครูเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน

การดำเนินงานครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่ออุดช่องโหว่และวางแนวทางจัดการปัญหาที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางแหล่งเงินทุนของสหกรณ์ ไปจนถึงการจัดการภาระหนี้สินรายบุคคลของสมาชิกครูทุกคน เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถปลดล็อกปัญหาได้อย่างยั่งยืน

Thailand government agency office desk calculator documents

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดผ่านข้อมูลจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจำนวนทั้งสิ้น 116 แห่ง มีจำนวนสมาชิกรวมกันมากถึง 862,539 ราย และมียอดเงินให้กู้ยืมรวมกันสูงถึง 1,141,545 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงขนาดของปัญหาหนี้สินในระบบการศึกษาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

1.14 ล้านล้านยอดเงินกู้รวมในสหกรณ์ออมทรัพย์ครู
5.60%อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ย
9%อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด

ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้นั้น พบว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 5.60% แต่ยังมีสหกรณ์บางแห่งที่เรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงถึง 9% โดยมีสัดส่วนถึง 15 แห่ง หรือคิดเป็น 13% ของสหกรณ์ทั้งหมดที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงดังกล่าว ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้ภาระของครูเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

การที่รัฐบาลดึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้ามามีส่วนร่วมผ่านกรมส่งเสริมสหกรณ์ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการควบคุมกติกาและเพดานดอกเบี้ยจากฝั่งผู้ให้ (สหกรณ์) ควบคู่ไปกับการดูแลวินัยทางการเงินฝั่งผู้กู้ (ครู) เนื่องจากที่ผ่านมาสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมักมีกฎระเบียบค่อนข้างเป็นอิสระ การประสานนโยบายระดับชาติจึงช่วยให้เกิดการปรับโครงสร้างหนี้ที่สมดุลและลดภาระดอกเบี้ยได้จริง

แนวทางปฏิบัติหลังจากนี้ รัฐบาลจะมุ่งเน้นไปที่การลดต้นทุนทางการเงิน การปรับโครงสร้างหนี้ครั้งใหญ่ รวมถึงมาตรการป้องกันการเกิดหนี้ใหม่ เพื่อให้คุณครูมีเงินเหลือใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน และสามารถหลุดพ้นจากวงจรหนี้สินได้อย่างแท้จริงและยั่งยืนต่อไป

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้