อนาคตการบินเผชิญวิกฤตอากาศแปรปรวนจากภาวะโลกร้อน
เหตุการณ์เที่ยวบินป่วนกว่า 900 เที่ยวที่ฮีทโธรว์และแกตวิคเมื่อเดือนมิถุนายน เป็นสัญญาณเตือนว่าผู้โดยสารต้องเตรียมรับมือความล่าช้าที่อาจเพิ่มขึ้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ความร้อนและพายุฝนรุนแรงในช่วงปลายเดือนมิถุนายนส่งผลกระทบต่อสนามบินฮีทโธรว์และแกตวิค
- เที่ยวบินราว 900 เที่ยวประสบปัญหาล่าช้าสูงสุดถึง 11 ชั่วโมง รวมถึงมีการยกเลิกหลายสิบเที่ยว
- ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้เกิดความแออัดและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในอนาคต
ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ท่ามกลางคลื่นความร้อนระอุทางตอนใต้ของอังกฤษและยุโรปเหนือ กลุ่มเมฆฝนฟ้าคะนองขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นอย่างหนาแน่นตรงกับช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวนมากหลั่งไหลไปยังสนามบินฮีทโธรว์และแกตวิคในลอนดอนเพื่อเดินทางออกนอกประเทศ สถานการณ์ความแออัดจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือความโกลาหลครั้งใหญ่ เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศต้องพยายามอย่างหนักในการเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมพายุ ส่งผลให้ห้วงอากาศหนาแน่นและเครื่องบินหลายลำต้องจอดรออยู่บนภาคพื้นดิน ส่งผลให้มีเที่ยวบินราว 900 เที่ยวทั้งขาเข้าและขาออกจากสนามบินทั้งสองแห่งประสบภาวะล่าช้า โดยบางเที่ยวล่าช้านานถึง 11 ชั่วโมง และมีการยกเลิกเที่ยวบินอีกหลายสิบเที่ยว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
แม้สภาพอากาศในสหราชอาณาจักรจะเย็นลงแล้ว แต่บุคลากรในอุตสาหกรรมการบินมองว่าเหตุการณ์เมื่อเดือนมิถุนายนควรถูกใช้เป็นสัญญาณเตือนภัย เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกทำให้ระบบสภาพอากาศแปรปรวนมากขึ้น ส่งผลให้ความเสี่ยงในการเกิดความล่าช้าและต้นทุนของสายการบินเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลโดยตรงต่อการบิน เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้ชั้นบรรยากาศสามารถกักเก็บความชื้นได้มากขึ้นราว 7% ต่อการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก 1 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการสร้างกระแสลมพัดขึ้นและลงรุนแรง (Convective activity) ทำให้การคาดการณ์และบริหารจัดการเส้นทางบินของห้วงอากาศมีความซับซ้อนและท้าทายยิ่งขึ้นสำหรับผู้ควบคุมการจราจรทางอากาศ
ทิม แอตกินสัน (Tim Atkinson) ที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงของสายการบินและอดีตนักบิน ระบุว่าความหนาแน่นของน่านฟ้ายุโรปเหนือทำให้ภูมิภาคนี้มีความเสี่ยงสูง และเตือนถึงสถานการณ์ที่สนามบินทุกแห่งในลอนดอนอาจเผชิญพายุพร้อมกัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ร้ายแรงต่อชีวิต หากเครื่องบินประสบปัญหาเชื้อเพลิงหมดกลางอากาศในระหว่างวนรอลงจอด
"a very serious risk event, such as an aircraft running out of fuel in the sky"
ทิม แอตกินสัน (Tim Atkinson)
อย่างไรก็ตาม แอนดรูว์ ชาร์ลตัน (Andrew Charlton) อดีตผู้บริหารสายการบินและผู้จัดการบริษัทที่ปรึกษา Aviation Advocacy จากสวิตเซอร์แลนด์ กลับมองว่าความเสี่ยงในระดับดังกล่าวยังคงมีโอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างน้อย
ในแง่ของความปลอดภัย นักบินจะเลือกหลีกเลี่ยงการบินผ่านสภาพอากาศที่มีกระแสลมรุนแรงเสมอ เนื่องจากพายุสามารถสร้างความปั่นป่วนอย่างหนักจนทำลายโครงสร้างเครื่องบินหรือเป็นอันตรายต่อผู้โดยสารที่ไม่รัดเข็มขัด รวมถึงลูกเห็บที่อาจสร้างความเสียหายต่อกระจกห้องนักบินและเครื่องยนต์ ทำให้ลูกเรือต้องยึดถือเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรกเสมอไม่ว่าผู้โดยสารจะได้รับความไม่สะดวกเพียงใดก็ตาม
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น