4 พฤติกรรมเสี่ยงทำเด็กและสัตว์เลี้ยงติดเชื้อฉี่หนูในป่า
เช็ก 4 พฤติกรรมเสี่ยงเมื่อเที่ยวป่าที่อาจทำให้เด็กเล็กและสัตว์เลี้ยงติดเชื้อฉี่หนู พร้อมอาการป่วยที่ต้องระวังหลังกลับจากทริป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- แบคทีเรียโรคฉี่หนูเข้าทางแผล ผิวเปียก หรือการกินน้ำปนเปื้อน
- 4 พฤติกรรมเสี่ยงได้แก่ ย่ำโคลน กินน้ำธรรมชาติ ดมพื้น และมีแผลโดนน้ำ
- อาการมักแสดงใน 1-2 สัปดาห์ มีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ และตัวเหลือง
- ป้องกันได้ด้วยการสวมรองเท้าบูท พกน้ำดื่ม และล้างตัวทันทีหลังออกจากป่า
การพาเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยงออกไปท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติเป็นกิจกรรมที่หลายครอบครัวชื่นชอบ แต่พฤติกรรมตามธรรมชาติของพวกเขาอาจนำไปสู่การสัมผัสกับเชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคฉี่หนูสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านทางบาดแผล ผิวหนังที่เปื่อยนุ่มจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน หรือผ่านการนำเข้าปากโดยตรง โดยมี 4 พฤติกรรมหลักที่ต้องระวังเป็นพิเศษในระหว่างทำกิจกรรมกลางแจ้ง
พฤติกรรมแรกคือการที่ผิวหนังบริเวณเท้าของเด็กหรืออุ้งเท้าของสัตว์เลี้ยงต้องย่ำโคลนหรือน้ำขังเป็นเวลานาน จนทำให้ผิวหนังอ่อนนุ่มและเปิดช่องให้เชื้อแบคทีเรียไชเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น พฤติกรรมที่สองคือการปล่อยให้ดื่มหรือกลืนน้ำจากลำธาร น้ำตก หรือแอ่งน้ำตกค้าง ซึ่งอาจมีการปนเปื้อนปัสสาวะจากสัตว์ป่าหรือสัตว์พาหะ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
พฤติกรรมที่สามเกี่ยวข้องกับการสำรวจสิ่งแวดล้อม สัตว์เลี้ยงมักใช้การดมและนำหน้าไปคลอเคลียกับพื้นดิน ใบไม้แห้ง หรือซากสัตว์ ขณะที่เด็กเล็กอาจใช้มือสัมผัสสิ่งของตามพื้นแล้วเผลอนำมาจับหน้าหรือเข้าปาก และพฤติกรรมที่สี่คือการปล่อยให้รอยถลอก รอยมดกัด หรือแผลสดสัมผัสกับน้ำขังในป่า ทำให้เชื้อโรคผ่านเข้าสู่กระแสเลือดได้ทันที
หลังจากได้รับเชื้อแล้ว ระยะเวลาการแสดงอาการของโรคฉี่หนูมักเกิดขึ้นภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ การหมั่นสังเกตความผิดปกติอย่างใกล้ชิดหลังกลับจากทริปจะช่วยให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที สัญญาณแรกเริ่มมักมีไข้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่วมกับอาการหนาวสั่น ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณน่องและหลัง หากอาการรุนแรงขึ้นอาจพบตาแดง ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือซึมลงผิดปกติ สำหรับสุนัขจะแสดงอาการผ่านการซึม เบื่ออาหาร มีไข้สูง อาเจียน ปวดเกร็งช่องท้อง อุ้งเท้าหรือเหงือกมีสีเหลือง และปัสสาวะมีสีเข้มหรือมีเลือดปน
โรคฉี่หนูหรือ Leptospirosis เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูฝนหรือพื้นที่ที่มีน้ำขัง การเชื้อแบคทีเรีย Leptospira จะปนเปื้อนมากับปัสสาวะของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น หนู สุนัข หรือโคกระบือ การทำความเข้าใจพฤติกรรมเสี่ยงและการป้องกันเบื้องต้นจึงเป็นเกราะ ป้องกันสำคัญสำหรับสมาชิกตัวน้อยในครอบครัวเมื่อต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง
การป้องกันและดูแลสุขภาพระหว่างท่องเที่ยวทำได้ง่ายด้วยการเตรียมอุปกรณ์และวางแผนล่วงหน้า ให้เด็กสวมรองเท้าบูทยางหรือรองเท้าหุ้มส้นกันน้ำ หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า ส่วนสัตว์เลี้ยงควรใส่รองเท้าสำหรับสัตว์หรือใช้สายพยุงเพื่อเลี่ยงน้ำขัง พกน้ำดื่มสะอาดและชามน้ำส่วนตัวให้เพียงพอเพื่อป้องกันการดื่มน้ำธรรมชาติ และต้องทำความสะอาดมือ เท้า หรืออุ้งเท้าด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีหลังออกจากป่า
หากพบว่าเด็กมีบาดแผลหรือเผลอลุยน้ำขัง ให้รีบปฐมพยาบาลโดยใช้น้ำสะอาดล้างแผลหลายๆ ครั้ง ทำความสะอาดรอบแผลด้วยสบู่ ซับให้แห้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อ และปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ หากพบอาการสงสัยหลังจากกลับจากทริป ให้รีบไปพบแพทย์สำหรับเด็กหรือสัตวแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการท่องเที่ยวป่าหรือลุยน้ำอย่างละเอียดเพื่อรับยาปฏิชีวนะที่ถูกต้อง
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น