Boox Picco อีรีดเดอร์จิ๋วเปิดตัว พ.ย. นี้ ไร้แม่เหล็กแต่มี USB-C
Boox เตรียมวางจำหน่าย Picco อีรีดเดอร์ขนาดหน้าจอ 3.97 นิ้วในเดือนพฤศจิกายน 2026 พร้อมปุ่มพลิกหน้ากระดาษแบบปรับแต่งได้และพอร์ต USB-C

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Boox เผยโฉม Picco อีรีดเดอร์ขนาดหน้าจอ 3.97 นิ้ว คาดว่าจะวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2026
- มาพร้อมหน้าจอสัมผัส ปุ่มพลิกหน้ากระดาษที่ปรับแต่งค่าได้ และพอร์ต USB-C แต่ไม่มีแม่เหล็กด้านหลัง
- ใช้งานระบบปฏิบัติการ Linux แบบเรียบง่าย ไม่มีหน่วยความจำในตัว ต้องใช้ microSD การ์ด
หลังจากที่ Boox เคยเรียกน้ำย่อยเกี่ยวกับเครื่องอ่านอีบุ๊ก Picco ซึ่งเป็นแนวทางของบริษัทที่ต่อยอดจากกระแสของ Xteink X4 ไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุดในงาน IFA 2026 ทางค่ายได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์พกพารุ่นนี้ออกมาให้ทราบกันเพิ่มเติมแล้ว แม้ว่าในตอนนี้จะยังไม่มีการประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการออกมาก็ตามที
สำหรับจุดเด่นของ Boox Picco คือหน้าจอแสดงผลแบบ e-paper ขนาด 3.97 นิ้วที่เป็นระบบสัมผัส ซึ่ง Andrew Liszewski จาก The Verge ได้ระบุว่าเป็นฟีเจอร์อัปเกรดที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับ X4 Pro นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีปุ่มกดสำหรับพลิกหน้ากระดาษติดตั้งมาให้ใช้งานจริง โดยผู้ใช้สามารถตั้งค่าการใช้งานปุ่มดังกล่าวให้รองรับการกดสั้นหรือกดค้างเพื่อทำคำสั่งที่แตกต่างกันได้ตามต้องการ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในด้านการเชื่อมต่อและความจุ ตัวเครื่อง Boox Picco ไม่มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในตัวเครื่องมาให้ โดยผู้ใช้งานจะต้องพึ่งพาการใส่การ์ด microSD สำหรับเก็บหนังสือทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ตัวเครื่องได้เพิ่มความสะดวกในการถ่ายโอนข้อมูลด้วยพอร์ต USB-C ซึ่งถือเป็นจุดที่อุปกรณ์ตระกูล Xteink ไม่มีมาให้ รวมถึงยังสามารถส่งไฟล์หนังสือผ่านระบบ Wi-Fi จากแอปพลิเคชันคู่หูได้อีกด้วย
การที่ Boox เลือกใช้ระบบปฏิบัติการบนพื้นฐาน Linux แทนที่จะเป็น Android เหมือนแท็บเล็ตหรืออีรีดเดอร์รุ่นอื่นๆ ของค่าย น่าจะเป็นความตั้งใจในการประหยัดพลังงานและรักษาความเสถียรของฮาร์ดแวร์ขนาดจิ๋วนี้ แต่อาจแลกมาด้วยความยืดหยุ่นในการลงแอปเสริมที่ลดลงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
ในส่วนของระบบปฏิบัติการ Boox Picco จะไม่ได้รันระบบ Android เหมือนกับอุปกรณ์รุ่นอื่นๆ ของ Boox แต่จะเลือกใช้ระบบปฏิบัติการ Linux เวอร์ชันปรับแต่งแบบเรียบง่ายแทน โดยทางบริษัทได้ใส่แอปพลิเคชันพื้นฐานมาให้เล็กน้อย เช่น นาฬิกาจับเวลา รายการสิ่งที่ต้องทำ และระบบติดตามสถิติการอ่านหนังสือ ทว่าตัวเครื่องอาจจะไม่เปิดให้นักพัฒนาแกะเฟิร์มแวร์ปรับแต่งได้อิสระเหมือนกับฝั่ง Xteink
"3.97-inch e-paper display... touchscreen... welcome upgrade on the X4 Pro"
Andrew Liszewski
แม้ว่ารายละเอียดสำคัญอย่างเช่น ราคาจำหน่าย ระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่ การรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth หรือการมีลำโพงสำหรับฟังหนังสือเสียงจะยังคงต้องรอการยืนยันอีกครั้ง แต่ทาง Boox ได้ระบุว่าความลับทั้งหมดจะถูกเปิดเผยอย่างแน่นอนในเดือนพฤศจิกายน 2026 ซึ่งเป็นกำหนดการวางจำหน่ายที่วางไว้
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น