Formula 1 2026: Kimi Antonelli คว้าแชมป์ที่มอนซา
กิมี แอนโตเนลลี นักขับ Mercedes คว้าชัยประวัติศาสตร์ศึกอิตาเลียน เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2026 โดยไต่อันดับจากกริดที่ 19 เข้าเส้นชัยคว้าแชมป์สนามมอนซา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Kimi Antonelli คว้าแชมป์ Italian Grand Prix 2026 ได้สำเร็จ
- ไต่อันดับจากกริดที่ 19 ขึ้นมาคว้าชัยชนะอย่างน่าทึ่ง
- สนามนี้ถือเป็นชัยชนะในบ้านเกิดของ Antonelli ที่มอนซา
- ทำให้เขาทำคะแนนสะสมนำห่างเป็น 66 แต้มในตาราง
ศึกการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่งหรือ Formula 1 รายการ Italian Grand Prix 2026 ณ สนามมอนซา ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2026 เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ขึ้นเมื่อ กิมี แอนโตเนลลี นักขับดาวรุ่งวัย 20 ปีสังกัดทีม Mercedes สร้างปาฏิหาริย์คว้าชัยชนะมาครองได้สำเร็จ ทั้งที่ต้องเริ่มต้นออกสตาร์ทจากกริดที่ 19 เนื่องจากโดนโทษปรับจากการใช้ชิ้นส่วนเครื่องยนต์เกินโควต้าที่กำหนด
ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ F1 โดยสถิตินี้เป็นการคว้าแชมป์จากจุดออกสตาร์ทที่ไกลที่สุดเป็นอันดับสองตลอดกาล เป็นรองเพียงสถิติของ จอห์น วัตสัน ที่เคยคว้าแชมป์จากการออกสตาร์ทอันดับที่ 22 ในศึก United States Grand Prix West เมื่อปี 1983 เท่านั้น นอกจากนี้ แอนโตเนลลียังสร้างชื่อเป็นนักขับชาวอิตาลีคนแรกที่คว้าแชมป์ในสนามมอนซาแห่งนี้ได้ นับตั้งแต่ที่ โลดอวิโก สการ์ฟิออตติ เคยทำไว้เมื่อปี 1966
การแข่งขันเต็มไปด้วยความดุเดือดและเหตุการณ์พลิกผันตั้งแต่ช่วงแรก โดยในรอบที่ 3 ชาร์ลส์ เลอแกลร์ นักขับจากทีม Ferrari เสียการควบคุมรถบริเวณโค้งพาราโบลิกาและพุ่งชนกำแพงอย่างรุนแรงจนธงแดงต้องโบกสะบัดเพื่อหยุดการแข่งขันชั่วคราว แม้เลอแกลร์จะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้ จอร์จ รัสเซลล์ เพื่อนร่วมทีม Mercedes ที่ออกสตาร์ทในอันดับที่ 2 ขึ้นนำเป็นผู้นำการแข่งขันในเวลาต่อมา ขณะที่แอนโตเนลลีค่อยๆ ขับเคี่ยวทำอันดับไต่อย่างระมัดระวังจนขึ้นมาอยู่ในกลุ่มผู้นำได้อย่างรวดเร็ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สนามมอนซา (Autodromo Nazionale Monza) ประเทศอิตาลี ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในในสนามแข่งรถที่เก่าแก่และเร็วที่สุดในโลก ได้รับฉายาว่า "The Temple of Speed" การที่นักขับสามารถแซงคู่แข่งจากอันดับท้ายๆ จนถึงแชมป์ในสนามนี้ต้องอาศัยทั้งสมรรถนะของรถ พลังของเครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ และความกล้าหาญในการตัดสินใจเข้าพิตเพื่อเปลี่ยนยางในช่วง Virtual Safety Car ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงกลางการแข่งขันเมื่อมีการประกาศ Virtual Safety Car หลังจากรถของ แลนซ์ สโตรล จากทีม Aston Martin จอดเสียบริเวณชิเกนแรก ทีมงานของ Mercedes ตัดสินใจเสี่ยงเรียกแอนโตเนลลีเข้ามาเปลี่ยนยางสดใหม่ ขณะที่รัสเซลล์เลือกที่จะวิ่งต่อโดยใช้ยางเดิมจนจบการแข่งขัน แม้ว่าแอนโตเนลลีจะร่วงลงไปอยู่ในอันดับที่ 6 และตามหลังผู้นำถึง 15 วินาที แต่ด้วยความได้เปรียบเรื่องสภาพยางทำให้เขาสามารถไล่แซงคู่แข่งทีละคันอย่างรวดเร็ว
"เมื่อฉันมองดูตารางคะแนนไม่กี่รอบหลังจากรีสตาร์ทและเห็นว่าเขาอยู่ในอันดับ 5 หรือ 6 ฉันก็รู้แล้วว่าเขาจะเข้ามามีส่วนร่วมในการลุ้นแชมป์"
George Russell
ในช่วง 5 รอบสุดท้าย แอนโตเนลลีสามารถไล่จี้ติดรัสเซลล์ได้สำเร็จ แม้ว่าในรอบที่ 50 เขาจะพลาดท่าไถลออกนอกแทร็กไปโดนกรวดเล็กน้อยจากการเหยียบเศษยางบริเวณโค้งแรก แต่ด้วยความเร็วของรถที่เหนือกว่าทำให้เขากลับมาทวงระยะห่างและแซงผ่านรัสเซลล์ไปได้อย่างไม่ยากเย็นในช่วงทางตรงระหว่างโค้งเลสโมและอัสคารี พร้อมเข้าเส้นชัยคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ โดยมี แม็กซ์ เวอร์สแทัปเปน จาก Red Bull ตามเข้ามาเป็นอันดับที่ 3
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น