ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ภคมนจี้อนุทินสกัดผู้ว่าฯ เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นขึ้นอธิบดี

ภคมน หนุนสู้โกงสอบท้องถิ่นวงเงินหมื่นล้าน จี้อนุทินระงับตั้งผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราชขึ้นอธิบดีกรมที่ดิน หลังพบเอี่ยวโควต้าเด็กนายแก้คะแนนสอบ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
07 Sep 2026ที่มา: Matichon Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ภคมนจี้อนุทินสกัดผู้ว่าฯ เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นขึ้นอธิบดี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ภคมนแฉโควต้าเด็กนายไม่ต้องจ่ายสินบน 300,000-700,000 บาทแต่ใช้วิธีแก้กระดาษคำตอบ
  • ยกเคส จ.นครศรีธรรมราช คะแนนภาค ก.พุ่งจาก 30 เป็น 70-80 และภาค ข. จาก 50 เป็น 90
  • จี้ อุทิน ไม่แต่งตั้งผู้ว่าฯ จ.นครศรีธรรมราชขึ้นเป็นอธิบดีกรมที่ดินในเดือนตุลาคมนี้
  • แง้มเตรียมแฉรายชื่อ สส. เพิ่มเติมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฝากเด็กเข้าสอบ

น.ส.ภคมนนั่งแถลงข่าวแฉระบบทุจริตสอบท้องถิ่นที่มีมูลค่าความเสียหายสูงถึงระดับหมื่นล้านบาท โดยระบุถึงกลุ่มบุคคลที่เรียกว่าโควต้าเด็กนาย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ต้องจ่ายเงินสินบนจำนวน 300,000 ถึง 700,000 บาทเหมือนกับกรณีทุจริตทั่วไป แต่กลับใช้วิธีการแก้ไขกระดาษคำตอบเพื่อให้สอบผ่านโดยอาศัยเส้นสายและอิทธิพลของผู้มีอำนาจในพื้นที่

ระบบดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายระดับตั้งแต่อดีตข้าราชการระดับกรม ข้าราชการระดับสูงในกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ไปจนถึงผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น โดยบางรายมีคะแนนสอบสูงกว่ากลุ่มที่ยอมจ่ายเงินใต้โต๊ะเสียอีก ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่กัดกินวงการราชการไทยมาอย่างยาวนานและยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถอนรากถอนโคน

Sappaya-Sapasathan Thai Parliament Bangkok

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

300k-700kสินบนสอบท้องถิ่น
10,000ล้านวงเงินหมุนเวียนทุจริต

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือกรณีจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งผลการประกาศบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบแรกมีผู้สอบผ่านจำนวน 2 รายใช้นามสกุลเดียวกับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยคะแนนสอบภาค ก. จากที่ทำได้จริงประมาณ 30 คะแนนเศษ ถูกแก้ไขให้เพิ่มขึ้นเป็น 70 ถึง 80 คะแนนเศษ ขณะที่ภาค ข. จากคะแนนเดิมราว 50 คะแนนเศษ ถูกแก้ให้สูงถึง 90 คะแนนจนได้รับการบรรจุทำงาน แม้ว่าในเวลาต่อมากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะมีคำสั่งเพิกถอนรายชื่อทั้งสองคนดังกล่าวออกไปแล้วก็ตาม

ประเด็นที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชรายดังกล่าวกำลังจะได้รับการแต่งตั้งให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นอธิบดีกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ในเดือนตุลาคมนี้ ทางด้าน สส. ภคมนจึงออกมาตั้งคำถามถึงความจริงใจของรัฐบาลและนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าหากปล่อยให้บุคคลที่ถูกมองว่ารู้เห็นเป็นใจกับระบบทุจริตขึ้นดำรงตำแหน่งใหญ่โต ประชาชนจะสามารถเชื่อมั่นในความโปร่งใสได้อย่างไร โดยเฉพาะกรมที่ดินที่เป็นหน่วยงานเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาลและมีความซับซ้อนสูง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นถือเป็นปัญหาเรื้อรังที่บั่นทอนประสิทธิภาพของภาครัฐมาอย่างยาวนาน การที่ผู้มีอำนาจสามารถแทรกแซงกระดาษคำตอบได้แสดงถึงช่องโหว่ในกระบวนการตรวจสอบและการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ไม่เด็ดขาดพอ การที่ผู้บริหารระดับสูงซึ่งมีข้อครหาเรื่องความโปร่งใสจ่อได้รับตำแหน่งเลื่อนขั้นยิ่งสร้างคำถามตัวโตถึงบรรทัดฐานทางจริยธรรมของฝ่ายบริหาร

นอกจากคดีสอบท้องถิ่นแล้ว ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในกรมการปกครองที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าเหตุผลที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยอาจมองข้ามปัญหาใหญ่นี้ อาจเป็นเพราะต้องการจัดวางคนสนิทและมือทำงานเข้ามาควบคุมภารกิจสำคัญในกรมที่ดินภายภาคหน้าหรือไม่

หากนายกฯจริงใจกับคำพูดที่ว่าเรื่องนี้สาวไปถึงใคร ต้องจัดการให้สิ้นซาก ก็ต้องพิสูจน์ด้วยการไม่มอบตำแหน่งใหญ่ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบทุจริตนี้ ซึ่งดิฉันจะติดตามและเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สส.ที่เกี่ยวข้องกับการฝากเด็กเข้าสอบต่อไป

ภคมน

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้