นายกฯ ท้าเปิดหลักฐาน ปมโกงสอบท้องถิ่นโยงรัฐมนตรี
นายกฯ ตอบปมทุจริตสอบท้องถิ่นโยงรัฐมนตรี พร้อมให้ยื่น ป.ป.ช. เผยตั้งสอบวินัยร้ายแรงแล้ว ยอดผิดปกติพุ่ง 5,925 ราย เพิกถอนบรรจุแล้ว 3,868 ราย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกฯ ยืนยันต้องมีหลักฐานชัดเจนหากโยงรัฐมนตรีเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น
- รัฐบาลตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงและสั่งพักตำแหน่งผู้เกี่ยวข้อง
- พยานยันผู้อยู่เบื้องหลังใหญ่กว่าระดับอธิบดีและอยู่ในรัฐบาลปัจจุบัน
- ตรวจพบผู้ได้คะแนนผิดปกติ 5,925 ราย และเพิกถอนบรรจุแล้ว 3,868 ราย
กรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตสอบบรรจุแข่งขันเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นกำลังเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด หลังมีกระแสข่าวเชื่อมโยงว่าอาจมีรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาตอบข้อซักถามถึงประเด็นดังกล่าวโดยเรียกร้องให้นำพยานหลักฐานมาแสดงอย่างเป็นรูปธรรม
นายกฯ ระบุชัดเจนว่า หากผู้ใดพบเห็นความไม่เป็นธรรมหรือมีหลักฐานแสดงถึงการทุจริตไม่ว่าจะอยู่ในระดับใด ขอให้นำหลักฐานดังกล่าวยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ได้ทันที โดยเชื่อมั่นว่าทาง ป.ป.ช. จะมีกระบวนการพิสูจน์ความจริงได้ ไม่ว่าหลักฐานนั้นจะเป็นอย่างไร ในส่วนของรัฐบาลเองได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พร้อมทั้งให้บุคคลที่ถูกมองว่ามีส่วนได้ส่วนเสียหรือเกี่ยวข้องออกจากตำแหน่งไปก่อนหน้านี้แล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสืบเนื่องมาจากกรณีที่อดีตนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอดีตผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องหา ได้นำพยานปากสำคัญเข้าให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยพยานรายนี้ยืนยันว่า บุคคลที่อยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นครั้งนี้มีสถานะและตำแหน่งสูงกว่าระดับอธิบดี และดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาลชุดปัจจุบันด้วยเช่นกัน
"ผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นมีสถานะและตำแหน่งใหญ่กว่าระดับอธิบดี เป็นระดับรัฐมนตรี และอยู่ในรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ด้วย"
พยานปากสำคัญในคดีโกงสอบท้องถิ่น
นอกจากนี้ พยานยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า อดีตผู้สมัคร ส.ส. ที่ถูกกล่าวหานั้นไม่ได้มีส่วนพัวพันกับขบวนการทุจริตหรือเรียกรับผลประโยชน์แต่อย่างใด แต่เดินทางเข้าไปเพื่อติดตามเงินที่ถูกขบวนการดังกล่าวโกงไปเท่านั้น พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นว่าการจับกุมและการกล่าวหาที่เกิดขึ้นอาจเป็นการตัดตอนและถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง
วิเคราะห์บริบท: คดีทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นนับเป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างที่เรื้อรังและสร้างความเสียหายต่อความโปร่งใสของภาครัฐมาอย่างยาวนาน การที่คดีขยายผลไปถึงระดับผู้มีอำนาจทางการเมืองทำให้สังคมจับตาดูมาตรฐานการตรวจสอบของกลไกภาครัฐอย่างใกล้ชิด ว่าจะสามารถสาวไปถึงผู้กระทำผิดตัวจริงได้หรือไม่ท่ามกลางข้อสังเกตเรื่องแรงกดดันทางการเมือง
สำหรับคดีทุจริตสอบท้องถิ่นนี้เริ่มปรากฏความผิดปกติอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 โดยมีการกระทำเป็นขบวนการขนาดใหญ่ที่มีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับล่างจนถึงระดับอธิบดี จนกระทั่งนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบจากทั้งส่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ซึ่งผลการตรวจสอบพบผู้ที่ได้คะแนนผิดปกติรวมทั้งสิ้น 5,925 ราย และได้ดำเนินการเพิกถอนการบรรจุเป็นข้าราชการไปแล้วจำนวน 3,868 ราย
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น