หนังสือ HOUSING: 33 โครงการที่พักอาศัยทั่วยุโรป
หนังสือ HOUSING — 33 Answers to the Housing Question โดยบรรณาธิการ Jeanette Kunsmann และ Laura Traub รวบรวม 33 โครงการที่พักอาศัยทั่วยุโรป ตีพิมพ์โดย Edition DETAIL ในความยาว 408 หน้า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- หนังสือรวบรวม 33 โครงการที่พักอาศัยทั่วทวีปยุโรปในความยาว 408 หน้า
- จัดแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 หมวดหมู่หลักครอบคลุมเรื่องสังคมและการรีโนเวท
- ชูแนวคิดการปรับปรุงอาคารเดิมมีความสำคัญเทียบเท่ากับการสร้างใหม่
- เน้นการออกแบบที่ตอบสนองการใช้ชีวิตประจำวันและความต้องการที่แท้จริง
แนวคิดเกี่ยวกับการอยู่อาศัยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับการตั้งคำถามใหม่ว่า ที่พักอาศัยควรเปิดโอกาสให้เกิดอะไรขึ้นได้บ้าง หนังสือฉบับล่าสุดที่มีชื่อว่า HOUSING — 33 Answers to the Housing Question ซึ่งเรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการอย่าง Jeanette Kunsmann และ Laura Traub ได้รวบรวมโครงการจากทั่วทวีปยุโรป เพื่อเข้ามาตอบคำถามเร่งด่วนนี้ผ่านมุมมองที่หลากหลาย หนังสือเล่มนี้พิจารณาที่พักอาศัยโดยก้าวข้ามกรอบเดิมๆ ที่มองเพียงแค่จำนวนยูนิต ตารางเมตร หรือปริมาณอุปทาน โดยหันไปสำรวจเรื่องที่พักอาศัยร่วมกันและสหกรณ์ การก่อสร้างต้นทุนต่ำ การอยู่อาศัยแบบแบ่งปัน การรีโนเวท และการปรับเปลี่ยนการใช้งานอาคารเดิม
ผลงานพิมพ์ความหนา 408 หน้าเล่มนี้ นำเสนอแนวคิดว่าที่พักอาศัยอาจต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ดีขึ้น และใส่ใจกับโครงสร้างที่มีอยู่รวมถึงระบบสังคมที่หล่อหลอมชีวิตประจำวัน หนังสือเล่มนี้แบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 บทหลัก ได้แก่ ที่พักอาศัยเพื่อสังคมและชุมชน (Social and Community Housing) การสร้างอย่างเรียบง่าย (Building Simply) และการรีโนเวท ปรับเปลี่ยน และสร้างใหม่ (Renovate, Adapt and Build New) โดยรวบรวมโครงการตั้งแต่ประเทศโปรตุเกสไปจนถึงบอสเนีย และจากออสโลถึงบาเซิล แม้ว่าวิธีการของแต่ละโครงการจะแตกต่างกัน แต่คำถามหลักยังคงเดิมคือ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อที่พักอาศัยเริ่มต้นจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป แทนที่จะเป็นแนวคิดมาตรฐานตายตัวของการใช้ชีวิตในบ้าน
การทำความเข้าใจเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในวงการสถาปัตยกรรมยุคใหม่ ที่ไม่ได้มองว่าที่พักอาศัยเป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์หรือตัวเลขพื้นที่ใช้สอย แต่เป็นการมองหาความยั่งยืนผ่านการใช้อาคารที่มีอยู่เดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรและต้นทุนการก่อสร้างในปัจจุบันที่การรีโนเวทกลายเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดและคุ้มค่ากว่าการทุบสร้างใหม่
ในแวดวงสถาปัตยกรรมมักมีการนำเสนอพื้นที่ส่วนกลางว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเป็นสังคมในตัว แต่นักวิชาการชี้ว่าสถาปัตยกรรมสามารถเปิดโอกาสให้เกิดการพบปะกันได้ แต่ไม่สามารถบังคับให้เกิดชุมชนขึ้นมาได้จริง และไม่ควรไปลดทอนความต้องการความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย ความสามารถในการเข้าถึงและการมีอุปทานที่เพียงพอยังคงเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่ Laura Traub ให้ความเห็นว่าการสนทนาต้องพิจารณาถึงการจัดระเบียบชีวิตประจำวันด้วยเช่นกัน พร้อมทั้งตั้งคำถามว่าบ้านและละแวกบ้านแบบไหนที่สนับสนุนการมีชีวิตที่ดีได้จริง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ประเด็นเรื่องการดูแลเอาใจใสกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เด่นชัดขึ้นผ่านมุมมองที่กว้างขึ้นนี้ เช่น ใครเป็นผู้ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ และที่พักอาศัยสามารถลดภาระที่ตกอยู่กับครัวเรือนเดี่ยวลงได้หรือไม่ ตัวอย่างเช่น โครงการบ้านสำหรับผู้หญิงห้าคนในประเทศบอสเนียที่ถูกบรรจุไว้ในหนังสือ ได้รับการพัฒนาขึ้นรอบความต้องการของผู้หญิงทั้งห้าคน โดยผสมผสานห้องส่วนตัวเข้ากับพื้นที่ส่วนกลางที่กว้างขวาง สำหรับ Traub แล้ว โครงการนี้แสดงให้เห็นว่าที่พักอาศัยสามารถสนับสนุนทั้งความอิสระและการเชื่อม 1 ทางสังคมโดยไม่ต้องทำให้การใช้ชีวิตร่วมกันกลายเป็นภาระหน้าที่บังคับ
"การรีโนเวท การดัดแปลง และการปรับปรุง จะมีความสำคัญอย่างน้อยที่สุดก็เท่ากับการก่อสร้างใหม่ในอนาคต"
Laura Traub
ท่ามกลางรูปแบบการทดลองที่รวบรวมไว้ในหนังสือ Laura Traub มองเห็นศักยภาพเป็นพิเศษในการทำงานร่วมกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว เนื่องจากต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมและวัสดุของการก่อสร้างใหม่กลายเป็นเรื่องยากที่จะมองข้าม การรีโนเวท การเปลี่ยนการใช้งาน และการปรับปรุง จึงมีแนวโน้มที่จะมีความสำคัญเทียบเท่ากับการสร้างที่พักอาศัยใหม่ นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องอาศัยรูปแบบอาคารใหม่ที่หวือหวาเสมอไป แต่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานที่ต้องใช้ความเข้าใจสิ่งที่มีอยู่เดิมอย่างลึกซึ้งและหาทางทำให้มันกลับมามีประโยชน์อีกครั้ง
โครงการที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 33 โครงการก่อให้เกิดสิ่งที่สำนักพิมพ์ Edition DETAIL อธิบายว่าเป็นแผนที่ยุทธศาสตร์ที่เป็นไปได้ โดยมีทั้งแปลน รูปตัด แบบก่อสร้าง ภาพถ่าย และบทสัมภาษณ์ที่เปิดให้เห็นมุมมองทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันเพื่อนำมาเปรียบเทียบกันได้ สำหรับ Traub แล้ว ข้อคิดสำคัญคือการทำความเข้าใจว่าที่พักอาศัยเป็นมากกว่าสินค้าหรือชุดของตารางเมตร พร้อมย้ำว่าไม่มีโมเดลสำเร็จรูปที่เป็นสากลสำหรับบ้านที่ดี เพราะคำตอบที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับผู้คน สถานที่ และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น