ณัฐพงษ์ จี้รัฐบาลรับ 3 ข้อปฏิรูปงบฯ ลั่นไม่ผ่านให้แน่
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จี้รัฐบาลรับปาก 3 ข้อปฏิรูปงบประมาณ เผยร่างงบปี 70 กว่า 90% เป็นโครงการเก่า ลั่นหากทำไม่ได้จะไม่โหวตอนุมัติงบให้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ณัฐพงษ์ชี้ร่างงบประมาณกว่า 90-95% เป็นโครงการยกมาจากปีก่อน
- ยื่น 3 ข้อเสนอหลักปฏิรูปงบประมาณ ทั้ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร และ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ
- จี้รัฐบาลเปิดพรีบัดเจ็ตดีเบตและให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นทาง
- ลั่นหากรัฐบาลไม่สามารถรับปากทั้ง 3 ข้อ จะไม่อนุมัติงบประมาณให้เด็ดขาด
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้ลุกขึ้นอภิปรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณ โดยระบุตัวเลขที่น่าตกใจว่าโครงการที่บรรจุอยู่ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ กว่า 90% และอาจสูงถึง 95% นั้น ล้วนเป็นโครงการที่ถูกยกยอดมาจากปีก่อนหน้าแทบทั้งสิ้น ทำให้แทบไม่เห็นร่องรอยของโครงการที่รัฐบาลจงใจบรรจุขึ้นมาเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลอย่างแท้จริง พร้อมทั้งตั้งคำถามว่าสำนักงบประมาณและรัฐบาลจะสามารถตอบสนองนโยบายที่หาเสียงไว้ได้อย่างไร
นอกจากนี้ ยังมีการหยิบยกประเด็นเรื่องตัวชี้วัดความโปร่งใส ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เม็ดเงินในงบประมาณเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเงินนอกงบประมาณอย่างโครงการ TH-AI Passport ในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่กำลังถูกสังคมตั้งคำถามว่ามีการล็อกสเป็กในทีโออาร์หรือไม่ ซึ่งหากหน่วยงานไม่สามารถผ่านตัวชี้วัดความโปร่งใสเหล่านี้ได้ ก็ย่อมเกิดคำถามตามมาว่าเหตุใดจึงยังต้องใช้เกณฑ์การพิจารณาแบบเดิม ๆ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในการอภิปรายครั้งนี้ นายณัฐพงษ์ได้ยื่นข้อเสนอ 3 ข้อต่อตัวแทนรัฐบาล เพื่อแลกกับการพิจารณาอนุมัติงบประมาณอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยข้อเสนอแรกคือการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ที่พรรคประชาชนได้เสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้ว เพื่อให้ยึดหลักการเปิดเผยข้อมูลการสืบราคาและคณะกรรมการยกร่างเป็นหลัก ช่วยลดปัญหาการทุจริตในอนาคต
การผลักดัน พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะและ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ ถือเป็นความพยายามเชิงโครงสร้างในการเปลี่ยนผ่านจากการตรวจสอบปลายทาง ไปสู่การมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นน้ำของการจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากลของ OECD ที่เน้นความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ
ข้อเสนอที่สองคือการปรับปรุงกระบวนการจัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับแนวทางของ OECD โดยให้มีการกำหนดกรอบที่ชัดเจนให้กับแต่ละหน่วยรับงบประมาณตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ ก่อนที่จะมีการยื่นคำขอ เพื่อให้งบประมาณตรงกับภารกิจหลัก ซึ่งทางพรรคได้เสนอร่าง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณเข้าสู่สภาแล้วเช่นกัน และต้องการความชัดเจนจากรัฐบาลในการร่วมผลักดันภายในปีงบประมาณนี้
ข้อเสนอสุดท้ายคือการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นกระบวนการจัดทำงบประมาณ โดยเสนอให้รัฐบาลเปิดรับฟังความคิดเห็นและนำมาเป็นแนวทางให้หน่วยงานต่าง ๆ จัดทำคำขอ ซึ่งนายณัฐพงษ์ระบุว่านายกรัฐมนตรีมีอำนาจตามมาตรา 165 ในการขอเปิดประชุมสภาเพื่อหารือปัญหาสำคัญโดยไม่ต้องลงมติอยู่แล้ว
"นี่คือคำยืนยันที่ผมอยากได้ยินจากตัวแทนรัฐบาลว่า ท่านพร้อมที่จะเปิดพรีบัดเจ็ตดีเบตแบบที่ผมเสนอหรือไม่ หากท่านไม่สามารถรับปากพวกผมได้ทั้งสามข้อผมก็มีข้อกังวลจริง ๆ ว่าการจัดทำงบประมาณในปีเจ็ดหนึ่งหากทำแบบเดิมก็คงได้ผลลัพธ์แบบนี้และผมคงไม่สามารถผ่านงบประมาณให้ได้"
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น