Jaguar Land Rover เลย์ออฟพนักงาน 4,000 ตำแหน่งใน 2 ปี
Jaguar Land Rover ประกาศปลดพนักงาน 4,000 ตำแหน่งใน 2 ปีข้างหน้า หวังประหยัดงบ 1.7 พันล้านปอนด์ หลังเผชิญวิกฤตแข่งขันกับจีนและมาตรการภาษีสหรัฐฯ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Jaguar Land Rover ประกาศเลย์ออฟพนักงาน 4,000 ตำแหน่งภายในช่วงสองปีข้างหน้า
- มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานลง 1.7 พันล้านปอนด์
- บริษัทเผชิญแรงกดดันจากยอดขายที่ลดลง การแข่งขันจากจีน และภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
Jaguar Land Rover (JLR) ค่ายรถยนต์ชื่อดังสัญชาติอังกฤษ เตรียมปรับลดพนักงานจำนวน 4,000 ตำแหน่งตลอดช่วงสองปีข้างหน้า โดยการเลย์ออฟครั้งนี้จะส่งผลกระทบหลักไปยังสำนักงานใหญ่ที่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีพนักงานทั่วโลกรวมทั้งสิ้น 43,000 คน
ซีอีโอ PB Balaji ระบุว่าบริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะดูแลช่วยเหลือพนักงานทุกคนด้วยความใส่ใจและยุติธรรม ท่ามกลางความท้าทายในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีการแข่งขันดุเดือดและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยบริษัทเปิดให้พนักงานยลาออกโดยสมัครใจจนถึงวันที่ 4 ตุลาคมนี้ แต่หากจำเป็นก็อาจต้องใช้มาตรการเลย์ออฟแบบบังคับภายใต้เงื่อนไขที่จำกัดกว่า
วิกฤตของ JLR ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นหลังจากเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งบังคับให้บริษัทต้องหยุดสายการผลิตนานกว่าหนึ่งเดือน ประกอบกับยอดขายที่ตกต่ำลงจากการแข่งขันของรถยนต์สัญชาติจีน และมาตรการกำแพงภาษีจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เนื่องจาก JLR ไม่มีโรงงานผลิตในสหรัฐฯ เหมือนคู่แข่งรายอื่น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"The automotive industry faces significant challenges, with technological change amidst intense competition and ongoing geo-political uncertainty."

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การปลดพนักงานครั้งใหญ่ของ Jaguar Land Rover สะท้อนให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุโรป ที่นอกจากจะต้องเร่งปรับตัวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แล้ว ยังต้องรับมือกับปัจจัยลบซ้ำซ้อน ทั้งสงครามการค้าระหว่างประเทศ ปัญหาห่วงโซ่อุปทานจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ และการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดจากประเทศจีน ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อความสามารถในการทำกำไรของค่ายรถยนต์ดั้งเดิมอย่างมาก
Emma Reynolds เลขาธิการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่ารัฐบาลกำลังทำงานร่วมกับผู้บริหารของบริษัทและสหภาพแรงงานอย่างใกล้ชิด ขณะที่นักวิเคราะห์และตัวแทนพรรคฝ่ายค้านบางส่วนมองว่ากฎหมายบังคับรถยนต์ไร้มลพิษ (ZEV mandate) ของรัฐบาลก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มต้นทุนให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศเช่นกัน
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น