ข้ามไปเนื้อหาหลัก

วสวรรธน์ ซัดงบกลาโหม ตัดทหารชั้นผู้น้อย เพิ่มงบนายพล

นายวสวรรธน์วิจารณ์การจัดสรรงบประมาณกระทรวงกลาโหม ชี้มีการตัดงบอุปกรณ์ชายแดนและเพิ่มงบกำลังพลตามมติ ครม. 425 ล้านบาท แต่ยังขาดอีกราว 900 ล้านบาท พร้อมจี้รัฐบาลดูแลสวัสดิการทหารชั้นผู้น้อย

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
08 Sep 2026ที่มา: Matichon Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
วสวรรธน์ ซัดงบกลาโหม ตัดทหารชั้นผู้น้อย เพิ่มงบนายพล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายวสวรรธน์ชี้รัฐบาลเพิ่มงบกำลังพลตามมติ ครม. 425 ล้านบาท แต่ยังขาดเงินสนับสนุนอีกราว 900 ล้านบาท
  • พบการตัดงบอุปกรณ์จำเป็นหน้าแนวชายแดน ทั้งวิทยุสื่อสาร โดรน และงบซ่อมเฮลิคอปเตอร์
  • ยกตัวอย่างปัญหาที่เนิน 754 ภูโคกใหญ่ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านการสื่อสารและการเดินทาง
  • ยืนยันการอภิปรายในสภาเป็นการสะท้อนปัญหาจากพื้นที่จริง ไม่ใช่การทำคอนเทนต์ตามที่ถูกกล่าวหา

นายวสวรรธน์ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการพิจารณางบประมาณในชั้นอนุกรรมาธิการและชั้นกรรมาธิการ โดยพบว่ามีการปรับลดงบประมาณในส่วนที่ควรได้รับการสนับสนุนอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันกลับมีการเพิ่มงบประมาณในบางรายการ โดยเฉพาะงบกำลังพลที่มีการเพิ่มตามมติคณะรัฐมนตรีประมาณ 425 ล้านบาท ทั้งที่หน่วยงานระบุว่ามีความต้องการงบประมาณที่แท้จริงสูงถึงประมาณ 1,300 ล้านบาท ส่งผลให้งบประมาณยังคงขาดหายไปอีกเกือบ 900 กว่าล้านบาท

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดข้อกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการดูแลกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดน นายวสวรรธน์ได้ตั้งคำถามถึงความมั่นใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

"เรารู้ว่าขาด แต่จัดให้ไม่ครบ คำถามคือ แล้วจะเอาอะไรเป็นหลักประกันว่าทหารตัวเล็กตัวน้อยที่ยืนอยู่หน้าแนวชายแดนจะได้รับการดูแลอย่างเพียงพอ"

นายวสวรรธน์

นอกจากนี้ ยังมีการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดการเรื่องเบี้ยเลี้ยง เงินพิเศษ เงินที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงเงินเยียวยาทหารที่ยังคงมีกำลังพลอีกหลายรายไม่ได้รับความช่วยเหลือจนถึงปัจจุบัน พร้อมกันนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงการปรับลดงบประมาณด้านครุภัณฑ์และเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อความปลอดภัยบริเวณชายแดน เช่น วิทยุสื่อสาร โดรน และงบซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่สิ่งฟุ่มเฟือยแต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิบัติภารกิจ

การจัดสรรงบประมาณด้านความมั่นคงในประเทศไทยมักเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญในสภา โดยเฉพาะความสมดุลระหว่างงบประมาณบุคลากรและงบจัดซื้อยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ เทียบกับงบสนับสนุนและสวัสดิการของกำลังพลชั้นผู้น้อยที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งการหยิบยกปัญหาในพื้นที่เฉพาะเจาะจงช่วยสะท้อนให้เห็นช่องว่างระหว่างนโยบายส่วนกลางและการปฏิบัติงานจริงในสนาม

Royal Thai Army soldiers training field

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ตัวอย่างปัญหาที่ชัดเจนถูกหยิบยกขึ้นมาในพื้นที่ เนิน 754 ภูโคกใหญ่ ซึ่งเป็นจุดสูงสำคัญตามแนวชายแดนแต่ยังคงประสบปัญหาข้อจำกัดด้านระบบสื่อสารและการเดินทางที่ยากลำบาก โดยหากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือความต้องการติดต่อกับครอบครัว การเดินทางเข้าออกต้องใช้เวลานานถึงหนึ่งถึงสองวัน ทำให้ครอบครัวไม่สามารถมั่นใจได้ว่ากำลังพลจะปลอดภัยท่ามกลางข้อจำกัดเหล่านี้

425 ลบ.งบกำลังพลที่เพิ่มตามมติ ครม.
1,300 ลบ.ความต้องการงบที่แท้จริง
900 ลบ.งบประมาณที่ยังคงขาดแคลน

ในส่วนของเหตุการณ์ความสูญเสีย นายวสวรรธน์ได้กล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของอาสาสมัครทหารพราน นายโชคมงคล จากบ้านซำเม็ง อำเภอกันทรลักษ์ จากภาวะหัวใจล้มเหลว พร้อมทั้งแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว และเน้นย้ำว่าชีวิตของกำลังพลแนวหน้าต้องได้รับการดูแลอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมมากกว่าที่เป็นอยู่

สำหรับการวิพากษ์วิจารณ์ที่ระบุว่าการอภิปรายเรื่องดังกล่าวเป็นการทำคอนเทนต์ นายวสวรรธน์ได้ตอบโต้อย่างชัดเจนว่าตนไม่ได้มายืนในสภาเพื่อจุดประสงค์ดังกล่าว แต่ต้องการนำปัญหาจากพื้นที่จริงและเสียงของทหารมาสะท้อนให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ

"ถ้าการเอาปัญหาจากหน้าแนวมาพูดในสภาเรียกว่าทำคอนเทนต์ แล้วการจัดงบที่ไม่ตอบโจทย์คนหน้าแนว เราจะเรียกว่าอะไรครับ?"

นายวสวรรธน์

ช่วงท้ายของการอภิปราย ได้มีการฝากคำถามถึงสังคมและรัฐบาลเกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณความมั่นคง ว่าสิ่งเหล่านี้กำลังทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความจริงใจในการดูแลผู้ปฏิบัติงานหน้าแนวหรือไม่ โดยย้ำว่าทหารชั้นผู้น้อยต้องการสวัสดิการที่เข้าถึงจริงและรัฐบาลที่ไม่ทอดทิ้ง

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้